เริ่มต้นวางแผนการออมอย่างฉลาดวันนี้ ด้วยเบี้ยเริ่มต้นเพียงวันละ 58 บาท(2)

เริ่มต้นออมง่ายๆวันนี้

เริ่มต้นออมง่ายๆวันนี้

ออมแค่ 5 ปี แต่ให้ผลประโยชน์และคุ้มครองนานถึง 10 ปี

รับผลประโยชน์คุ้มค่าตลอดสัญญา

รับผลประโยชน์คุ้มค่าตลอดสัญญา

รวมผลประโยชน์ตลอดระยะเวลาสัญญาสูงถึง 554%(1)

ลดหย่อนภาษีได้ด้วยการออม

ลดหย่อนภาษีได้ด้วยการออม

เพราะลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 100,000 บาท/ปี(3)

ตัวอย่างตารางแสดงอัตราเบี้ยประกันภัยรายเดือน โครงการเมืองไทย Smart Return 10/5

จำนวนเงินเอาประกันภัย 30,000 บาท

อายุ เพศหญิง เพศชาย
ปี บาท บาท
0 - 50 2,613.60 2,613.60
51 - 60 2,626.80 2,626.80
60 - 65 2,634.72 2,634.72

*ตารางแสดงอัตราเบี้ยประกันภัยในแต่ละช่วงอายุ

จำนวนเงินเอาประกันภัย 50,000 บาท

อายุ เพศหญิง เพศชาย
ปี บาท บาท
0 - 50 4,356.00 4,356.00
51 - 60 4,378.00 4,378.00
60 - 65 4,391.20 4,391.20

*ตารางแสดงอัตราเบี้ยประกันภัยในแต่ละช่วงอายุ

จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท

อายุ เพศหญิง เพศชาย
ปี บาท บาท
0 - 50 8,712.00 8,712.00
51 - 60 8,756.00 8,756.00
60 - 65 8,782.40 8,782.40

*ตารางแสดงอัตราเบี้ยประกันภัยในแต่ละช่วงอายุ

Image

ทำไมต้อง Rabbit Finance

เพราะเราทำให้เรื่องยุ่งยากของประกันชีวิตกลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย

เพราะเราทำให้เรื่องยุ่งยากของประกันชีวิตกลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย

เพราะเราเลือกสรรผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่มีคุณภาพและคุ้มค่าสำหรับคุณ

เพราะเราเลือกสรรผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่มีคุณภาพและคุ้มค่าสำหรับคุณ

เพราะเรามีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและบริการคุณอย่างเข้าใจ

เพราะเรามีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและบริการคุณอย่างเข้าใจ

รีวิวจากลูกค้า

reviewer photo

แต่ก่อนเป็นคนไม่สนใจทำประกันเลย แต่พอได้ลองเข้ามาอ่านข้อมูลในเวปนี้แล้ว ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น ตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น และขั้นตอนต่างๆก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด

 

ปรางมาศ ผลไพร,

สมุทรปราการ

มนุษย์เงินเดือน หรือคนที่อยู่ในวัยทำงาน เป็นวัยที่มีรายได้อย่างสม่ำเสมอในทุกเดือน แถมยังมีรายจ่ายที่สม่ำเสมอในทุกเดือนไม่ต่างกัน เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ รวมถึง บิลบัตรเครดิต บางเดือนรายได้น้อยกว่ารายจ่าย เลยจำเป็นต้องควักเนื้อตัวเองออกไปก่อน ใช้เงินเก็บที่ค่อยๆ สะสมมาเรื่อยๆ เพราะไม่อยากกู้ยืมใครให้เป็นหนี้

 

การออมเงินกับมนุษย์เงินเดือนเป็นสิ่งจำเป็นในการเพิ่มความมั่นคงให้ชีวิต ทุกคนต่างสรรหาวิธีเก็บเงิน หรือออมเงินแบบไหนดีถึงจะได้ผลที่ดีที่สุด แต่บางคนมองไม่เห็นประโยชน์ในการเก็บเงิน คิดแค่ว่ามีเงินก็ใช้เงิน ใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อยแบบไม่มีเป้าหมาย ไม่มีเงินเป็นทุนชีวิต กว่าจะรู้ตัวก็ตอนเจ็บป่วย ไม่ก็แก่ชรา ถ้าคิดไม่ออกสักทีว่าจะออมเงินแบบไหนดี มีวิธีเก็บเงินแบบไหนบ้าง ลอง 5 วิธีเก็บเงินนี้ดูสิ ​​​​​​

 

    ออมเงินฉบับมนุษย์เงินเดือน

 

  • มีเป้าหมายในการใช้เงิน

เป็นวิธีเก็บเงินแบบพื้นฐานที่มักจะทำกันไม่ได้สักเท่าไหร่ เพราะส่วนมากจะเจอกิเลสตัณหาเข้าครอบงำ ทำให้สิ่งที่ตั้งใจไว้พังไม่เป็นท่า เช่น อยากซื้อได้รถยนต์คันใหม่ อยากซื้อคอนโด อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง ฯลฯ เมื่อเงินเดือนออกตามกำหนด ก็ควรตัดรายจ่ายที่ต้องจ่ายออกไปก่อน เช่น ค่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ และบวกเป้าหมายในแต่ละเดือนนั้นไปด้วย ถ้ามีเป้าหมายการออมเงินก็จะง่ายขึ้น

  • ตัดเงินอัตโนมัติ

​​​​​​​เมื่อมีเป้าหมายแล้วว่าถ้าได้เงินมาจะทำอะไร ก็ควรตั้งระบบตัดเงินในบัญชีอัตโนมัติไปไว้ตามบัญชีต่างๆ ตามสัดส่วนที่คิดเอาไว้ เผื่อเหลือเผื่อขาด พอเงินเดือนเข้าบัญชีทางระบบก็จะตัดเงินทันที ซึ่งการแบ่งเงินใช้ หรือเป้าหมายที่ตั้งไว้ ควรใช้ออมเงินส่วนหนึ่ง รายจ่ายทุกเดือนส่วนหนึ่ง และเงินจ่ายในชีวิตประจำวันส่วนหนึ่ง

  • เปิดบัญชีโดยไม่ทำบัตร ATM

อาจเป็นวิธีที่งี่เง่าสิ้นคิด เพราะไม่มีบัตร ATM ใช่ว่าจะใช้แอพพลิเคชั่นอย่าง Internet Banking หรือ Mobile Banking ที่ส่งเสริมให้การซื้อขายออนไลน์ง่ายขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าคิดจะฝากเงินให้ตัวเองแบบไม่ถอน การไม่มีบัตร ATM น่าจะเป็นวิธีเก็บเงินที่ดี แต่ต้องมีวินัยมาก แถมยังประหยัดค่าธรรมเนียมบัตร ATM อีกด้วย

 

จากที่อ่านมาข้างต้น บางคนบอกว่าเป็นวิธีเก็บเงินที่รู้อยู่แล้ว แถมยังเป็นเรื่องเพ้อฝันที่ทำไม่ได้จริง เพราะใครก็มีกิเลสไม่สามารถทำตามวิธีข้างต้นได้หรอก ถ้าปัญหาอยู่ตรงการไม่มีวินัย หรือดับกิเลสไม่ได้ หรือวิธีเก็บเงินง่ายๆ ใครก็รู้ ลองมาใช้ ประกันชีวิตช่วยออมเงิน ไหมละ ที่จะช่วยออมเงิน ช่วยกระจายความเสี่ยงไปในตัว

ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีเงินเข้ากระเป๋าทุกเดือน หรือเป็นผู้มีเงินได้พึงประเมิน หน้าที่ที่ต้องทำคือ การเสียภาษีประจำปี ซึ่งผู้มีเงินได้พึงประเมินทั้ง 8 ประเภท ต้องเสียภาษีแก่กรมสรรพากรเพื่อนำเงินเหล่านี้ไปพัฒนาประเทศ และใช่ว่ากรมสรรพากรจะใจดำ เพราะยังมี วิธีลดหย่อนภาษี ให้อยู่เหมือนกัน

 

สำหรับเด็กจบใหม่น่าจะมีเงินเริ่มต้นอยู่ที่ 15,000 บาท เมื่อลอง คำนวณภาษี ดูแล้ว พบว่าเงินเดือนไม่ถึงเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษี ไม่ต้องยื่นภาษีได้หรือไม่ คำตอบคือไม่ได้ เพราะกฎหมายบอกว่า ต่อให้เงินเดือน 15,000 บาทก็ต้องยื่นภาษีเงินได้พึงประเมิน เพื่อแสดงตัวว่าเป็นผู้มีรายได้ ถ้าไม่ยอมยื่นเรื่องก็มีโทษเหมือนกัน

 

เอาเป็นว่าผู้มีรายได้พึงประเมินทั้ง 8 ประเภทต้อง ยื่นภาษีกับกรมสรรพากรอย่างต่อเนื่องทุกปี นอกจากเป็นหน้าที่ที่ต้องทำแล้ว การยื่นภาษีเป็นการบอกว่าบริษัทมีรายรับรายจ่ายเท่าไหร่ต่อปี โดยการยื่นภาษีมีฐานภาษีเป็นตัวกำหนดว่าใครมีรายได้เท่าไหร่ต้องยื่นภาษีประมาณเท่าไหร่ ตามเกณฑ์คร่าวๆ ดังนี้

 

   ภาษีกับเกณฑ์รายได้พึงประเมิน

 

  • รายได้ต่ำกว่า 150,000 บาทต่อปีทำแบบยื่นภาษี แต่ไม่ต้องเสียภาษี
  • รายได้สุทธิในช่วง 150,001 - 300,000 บาทต่อปี ต้องเสียภาษี 5%
  • รายได้สุทธิในช่วง 300,001 - 500,000 บาทต่อปี ต้องเสียภาษี 10%
  • รายได้สุทธิในช่วง 500,001 - 750,000 บาทต่อปี ต้องเสียภาษี 15%
  • รายได้สุทธิในช่วง 750,001 - 1,000,000 บาทต่อปี ต้องเสียภาษี 20%

 

เมื่อลองคำนวณภาษีจากฐานภาษีที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า ทุกช่วงเงินเดือนจะถูกเพิ่มขึ้น 5% ในการเสียภาษี หมายความว่าถ้าเงินเดือนสูงมากกว่านั้นก็เพิ่มเปอร์เซ็นต์ในการเสียภาษีช่วงละ 5% ต่อให้มีรายได้ถึงเกณฑ์หรือไม่ถึงเกณฑ์เมื่อคำนวณภาษีออกมาแล้วก็ต้องยื่นเรื่องอยู่ดี

 

จากฐานภาษีจะเห็นได้ว่าเงินที่ต้องเสียภาษีไปไม่ใช่น้อย​ (เมื่อเทียบกับรายได้ต่อปีที่ได้รับ) ดังนั้น การลดหย่อนภาษีเลยสำคัญ คนที่ยื่นภาษีบ่อยๆ ก็น่าจะรู้กันอยู่แล้ว แต่เด็กจบใหม่ที่ต่อไปต้องยื่นภาษีก็ควรจะรู้เอาไว้ว่าสิ่งเหล่านี้สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

 

   ภาษีกับการลดหย่อน

 

  • เงินบริจาค เงินดอกเบี้ย สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

​​​​​​​​​​​​​​เงินบริจาคมูลนิธิที่ได้รับการยอมรับ หรือจดทะเบียนแล้วว่าสามารถลดหย่อนภาษีได้ เงินบริจาคสาธารณกุศล เช่น เงินบริจาคน้ำท่วม หรือ ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน รวมไปถึงรายได้ของบิดาหรือมารดาที่ไม่ได้ทำงานแล้ว

 

  • เบี้ยประกันชีวิตต่างๆ

ถ้าเห็นกันผ่านตา หรือเว็บไซต์ หรือบทความต่างๆ มักจะเขียนกำกับเอาไว้ว่า ประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้ เพราะการทำประกันชีวิต เป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยรัฐบาลลดภาระ ประกันก็เป็นวิธีเก็บเงิน และคุ้มครองชีวิตไปในตัว มีเงินออมใช้ตอนแก่ เรียกได้ว่าลดภาระให้กับรัฐบาล ถ้าเสียชีวิตไปเงินก็ตกทอดสู่ลูกหลาน การจ่ายเบี้ยประกันชีวิตเลยเป็นการช่วยรัฐบาล แต่จะนำมาลดหย่อนภาษีได้ จะต้องเป็นประกันชีวิตที่มีความคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป





 

น่าจะเป็นข้อสงสัยที่ใครหลายคนยังไม่ได้คำตอบว่ามีแต่ การจ่ายเบี้ยประกันชีวิตใช่ไหมที่นำมาลดหย่อนภาษีได้ เพียงชนิดเดียว  แล้วประกันสุขภาพ หรือสัญญาเพิ่มเติมชนิดอื่นๆ สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ไหม เพราะประกันสุขภาพก็เป็นประกันที่คล้ายๆ กับประกันชีวิต ทำไมถึงลดหย่อนภาษีไม่ได้

 

ต้องบอกก่อนว่ากรมสรรพากรให้นำเงินค่าเบี้ยประกันชีวิต ไปหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท แต่ถ้าเป็น ประกันชีวิตแบบบำนาญจะลดหย่อนภาษีได้ถึง 200,000 บาท และถ้านำประกันทั้งสองชนิดมารวมกันก็จะลดหย่อนภาษีได้ถึง 300,000 บาท

 

และยังย้ำอีกว่าต้องเป็นแค่ประกันชีวิตเท่านั้นที่จะลดหย่อนภาษีได้ ไม่เกี่ยวกับประกันสุขภาพหรือสัญญาเพิ่มเติมที่เสริมมาให้ แต่ ประกันสุขภาพที่เป็นของพ่อหรือแม่ กรรมสรรพากรยังให้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีได้เหมือนเดิม แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งพ่อแม่ต้องมีรายได้ไม่เกิน 60,000 บาท

 

แต่ถ้าเป็นประกันสุขภาพของตัวเราเอง ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดจากกระทรวงการคลัง ถึงแม้กรมสรรพากรจะเห็นชอบกับการนำประกันสุขภาพมาลดหย่อนภาษีก็ตาม เพื่อไป ช่วยลดภาระบัตรทอง หรือ ประกันสังคม เรียกได้ว่าเป็นการช่วยรัฐบาลประหยัดงบปริมาณของประเทศ

 

ซึ่งบริษัทประกันเองก็เรียกร้องกับรัฐบาลมาโดยตลอดว่าการจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพไม่ได้ต่างอะไรกับจ่ายเบี้ยประกันชีวิตเลย น่าจะนำมาลดหย่อนภาษีได้เหมือนกัน แต่กระทรวงการคลังก็ยังยืนยันว่าจะทำแบบนั้นได้ต้องเป็นประโยชน์ทั้งผู้เอาประกัน บริษัทประกัน และรัฐบาลด้วย เพื่อให้ประชาชนหันมาถือกรมธรรม์ประกันมากขึ้น

 

เพราะการออมเงิน การคุ้มครองชีวิต ด้วยประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ เป็นการลดปริมาณคนไข้ในโรงพยาบาลรัฐ ที่บางส่วนก็รอคิวบัตรทอง หรือใช้สิทธิ์ประกันสังคมกันมากกว่า โดยประมวลรัษฎากรกำหนดว่า

 

    การหักลดหย่อนค่าภาษีจากการซื้อประกันชีวิตต้องเข้าข่ายเงื่อนไข 3 องค์ประกอบ ดังนี้

 

  • ระยะเวลาในการทำประกันชีวิตต้องมีอายุมากกว่า 10 ปี
  • การหักลดหย่อนภาษีจะทำได้เมื่อกรมธรรม์ถูกจดทะเบียนในประเทศไทยเท่านั้น
  • ไม่นับรวมประกันสุขภาพ

 

ถ้าเงื่อนไข 3 องค์ประกอบเป็นอย่างว่าจริงๆ ประกันสุขภาพของตัวเองก็ยังไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ก็จะมีแต่ ประกันชีวิตที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไปที่จะนำมาลดหย่อนภาษีได้ จะว่าไปแล้ว เมืองไทยประกันชีวิต SMART RETURN 10/5 ก็สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เหมือนกัน

เมืองไทยประกันชีวิต สมาร์ท รีเทิร์น 10/5 เป็นประกันชีวิตลดหย่อนภาษีประเภทหนึ่ง อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ที่ให้บริการเกี่ยวกับ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ การออมทรัพย์และวางแผนภาษี คุ้มครองอุบัติเหตุ รวมไปถึงประกันชีวิตควบการลงทุนด้วย

 

“โครงการสมาร์ท รีเทิร์น 10/5 วางแผนอย่างสมาร์ท สร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่คุ้มค่า” เป็นประกันชีวิตที่จะช่วยออมในระยะสั้น แต่ได้รับการจ่ายเงินคืนทุกปี สามารถนำประกันชีวิตไปลดหย่อนภาษีได้ และสมัครง่ายไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพสักคำ

 

    ข้อมูลแบบประกันสมาร์ท รีเทิร์น 10/5 มีดังนี้

 

  • ระยะเวลาเอาประกันภัย : 10 ปี
  • ระยะเวลาจ่ายเบี้ยประกันชีวิต : 5 ปี
  • อายุรับประกันภัย : 1 เดือน - 65 ปี
  • จำนวนเงินเอาประกันภัยขั้นต่ำ : 20,000 บาท

 

บางคนอาจทำประกันเพื่อใช้ลดหย่อนภาษี เพราะไม่เคยมีโอกาสได้ร่วม บริจาคเงินน้ำท่วม แต่บางคนก็มากกว่านั้น มีประกันชีวิตไว้ใช้ลดหย่อนเงินภาษี ใช้เป็นวิธีการเก็บเงินอีกช่องทางหนึ่ง และใช้คุ้มครองชีวิต จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่การซื้อประกันแต่ละครั้งผู้เอาประกันจะคิดถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับ สมมติว่าผู้เอาประกันภัยมีจำนวนเงินเอาประกันภัยอยู่ที่ 100,000 บาท ผลประโยชน์ที่ได้รับในเบื้องต้นคือ

 

  • รับเงินคืนทุกปีรวมตลอดสัญญา 554,000 บาท
  • คุ้มครองชีวิตนานถึง 10 ปี (แต่จ่ายเบี้ยประกันชีวิตแค่ 5 ปี) รับเงินสูงสุด 500,000 บาท

 

เงินผลประโยชน์ที่ได้รับจากการจ่ายเบี้ยประกันชีวิต สามารถเป็นเงินเอาไว้ใช้ หรือเป็นมรดกตกทอดให้ลูกหลานก็ได้ เมื่อรู้ตัวว่าชีวิตไม่มีความแน่นอน การทำประกันชีวิตก็เพื่อคุ้มครองชีวิต โดย เงินผลประโยชน์ที่ได้รับจากการจ่ายเบี้ยประกันชีวิต สามารถเป็นเงินเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน หรือเป็นมรดกตกทอดให้ลูกหลานก็ได้ อยู่ที่ว่าชีวิตของผู้เอาประกันแน่นอนแค่ไหน จะจากไปก่อนครบสัญญา ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ

 

    กรณีผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตระหว่างสัญญา

ถ้าหากว่าผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตไปก่อน เงินก็ตกเป็นของผู้รับผลประโยชน์ที่ถูกระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งจะเป็นญาติก็ได้ หรือไม่ใช่ญาติก็ได้ โดยจำนวนเงินที่จะได้รับระหว่างปีของสัญญา คือ

 

  • ปีกรมธรรม์ที่ 1 จะได้รับเงิน 100,000 บาท
  • ปีกรมธรรม์ที่ 2 จะได้รับเงิน 200,000 บาท
  • ปีกรมธรรม์ที่ 3 จะได้รับเงิน 300,000 บาท
  • ปีกรมธรรม์ที่ 4 จะได้รับเงิน 400,000 บาท
  • ปีกรมธรรม์ที่ 5-10 จะได้รับเงิน 500,000 บาท

 

    กรณีที่ผู้เอาประกันภัยอยู่จนครบสัญญา

  • สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1-9 รับเงินจ่ายคืนปีละ 6% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันที่เริ่มสัญญา หรือ 54,000 บาท
  • ผู้เอาประกันภัยอยู่จนครบสัญญารับผลประโยชน์​ 500% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันเริ่มสัญญา หรือ 500,000 บาท
  • รวมผลประโยชน์ตลอดสัญญา 554,000 บาท

 

 

 

 

 

rabbit finance โบรกเกอร์ประกันภัยออนไลน์ที่ให้บริการประกันวินาศภัยหลายประเภท ซึ่งเมืองไทยประกันชีวิตก็หนึ่งใน 30 พาร์ทเนอร์ของ rabbit finance ถึงแม้ว่าจะเป็นโบรกเกอร์ประกันภัยออนไลน์ แต่ใช่ว่าจะเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง เพราะเราให้บริการอย่างเท่าเทียม

 

ความเท่าเทียมที่ว่าก็คือ การเปรียบเทียบเบี้ยประกันชีวิต เปรียบเทียบความคุ้มครองภายในไม่กี่นาที ให้ผู้เอาประกันได้เลือกประกันวินาศภัยอย่างตรงใจ ซึ่งถ้าคุณมองหา ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี สมาร์ท รีเทิร์น 10/5 จากบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต ก็เป็นหนึ่งตัวเลือกเหมือนกัน

 

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า การจะลดหย่อนภาษีได้นอกจากการบริจาคเพื่อส่วนรวม ดอกเบี้ยบ้านที่ต้องจ่าย หรือ ประกันสุขภาพของพ่อและแม่แล้ว ถ้าคิดจะใช้ประกันชีวิตลดหย่อนภาษีก็อย่าลืมว่าประกันชีวิตนั้นต้องมีความคุ้มครองถึง 10 ปี และสมาร์ท รีเทิร์น 10/5 ก็ให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันถึง 10 ปี

 

หลายครั้งมักเกิดปัญหาตามมาหลังจากตกลงปลงใจซื้อประกันไปแล้ว เช่น เรียกร้องค่าสินไหมไม่ได้ หรือประกันไม่ให้ความคุ้มครอง บางคนจ่ายเงินผ่านนายหน้าขายประกันชีวิต แต่เงินไม่ถึงบริษัทประกัน พอจะเรียกร้องความคุ้มครองก็ไม่ได้ เพราะถือว่าไม่ได้จ่ายเบี้ยประกันชีวิตให้กับบริษัท แต่สำหรับเมืองไทยประกันชีวิต สมาร์ท รีเทิร์น 10/5 จะไม่คุ้มครอง มีเงื่อนไขดังนี้  

 

    ข้อยกเว้นที่ควรรู้

  • กรณีผู้เอาประกันฆ่าตัวตายด้วยความสมัครใจภายใน 1 ปีนับแต่วันเริ่มมีผลคุ้มครองตามกรมธรรม์ หรือตามการต่ออายุ หรือตามการกลับคืนสู่สถานะเดิมของกรมธรรม์ครั้งสุดท้าย หรือวันที่บริษัทประกันอนุมัติให้เพิ่มจำนวนเงินเอาประกันภัย ทั้งนี้ เฉพาะส่วนของจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น
  • กรณีผู้เอาประกันถูกผู้รับผลประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนา หวังเงินมรดกจากการจ่ายเบี้ยประกันชีวิต
  • กรณีผู้เอาประกันภัยแถลงอายุคลาดเคลื่อนไม่ถูกต้องแท้จริง (โกหกอายุตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไข) และบริษัทประกันภัยจับได้ในขณะที่ถือสัญญาประกันภัยไปแล้ว เมืองไทยประกันชีวิต สมาร์ท รีเทิร์น 10/5 จะไม่ให้ความคุ้มครอง

 

จะเห็นได้ว่าการใช้ประกันชีวิตเป็นได้ทั้ง กระจายความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น หรือใช้เป็นมรดกตกทอด หรือเป็นวิธีเก็บเงินที่ดีอีกวิธีหนึ่ง จริงๆ การลดหย่อนภาษีก็เป็นแค่ผลพลอยได้ที่ถือประกันชีวิต เพราะรัฐบาลมองเห็นว่า บุคคลผู้นั้นช่วยแบ่งเบาภาระประเทศชาติ การตอบแทนด้วยการลดหย่อนภาษีเลยเป็นคำตอบ เพื่อให้เข้าใจแบบง่ายๆ และรวบรัด ขอสรุปแบบรวบๆ ว่า

 

    เมืองไทยประกันชีวิต สมาร์ท รีเทิร์น 10/5 มีข้อมูลดังนี้

  • ออมเงินสั้น รับเงินคืนทุกปี รวมรับผลประโยชน์ตลอดสัญญา 554%
  • ลดหย่อนภาษี สูงสุดปีละ 100,000 บาท เบี้ยประกันชีวิต ของสมาร์ท รีเทิร์น สามารถนำลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมตามประกาศอธิบดีกรมสรรพการเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับ 172
  • อายุรับประกัน 1 เดือนถึง 65 ปี
  • เงินกำหนดครบสัญญา 500% และมีเงินจ่ายคืนระหว่างสัญญา
  • ไม่สามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมได้
  • ระยะเวลาเอาประกันภัย 10 ปี
  • ระยะเวลาจ่ายเบี้ยประกันชีวิต 5 ปี
  • จำนวนเอาเงินทุนประกันขั้นต่ำ  20,000 บาท
  • การชำระเบี้ยประกันชีวิต สามารถชำระรายปี หรือทุก 6 เดือน หรือทุก 3 เดือน หรือทุกเดือนได้ ​​​​​​​

(1) เป็น % ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันเริ่มสัญญา

(2) ตัวอย่างผู้เอาประกันภัย เพศหญิง อายุ 30 ปี สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ขั้นอาชึพ 1 ซื้อประกันชีวิตที่จำนวนเงินเอาประกันภัย 20,000 บาท

(3) เบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินปีละ 100,000 บาท ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 172 ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 30 ธ.ค. 51

 

        หมายเหตุ

- เฉพาะเบี้ยประกันชีวิตของโครงการนี้เท่านั้นที่ สามารถ นำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 172 ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 30 ธ.ค. 51

- การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด


        ความสมบูรณ์ของสัญญาประกันภัย

ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยรู้อยู่แล้ว และแถลงข้อความอันเป็นเท็จ หรือรู้อยู่แล้วในข้อความจริงใด แต่ไม่เปิดเผยข้อความจริงนั้น ให้บริษัทฯ ทราบในขณะที่ขอเอาประกันภัย ซึ่งถ้าบริษัทฯ ทราบข้อความจริงนั้นๆ แล้ว อาจจูงใจบริษัทฯ ให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นหรือไม่ยอมทำสัญญา สัญญาประกันภัยจะตกเป็นโมฆียะตาม ป.พ.พ. มาตรา 865 ซึ่งบริษัทฯ อาจบอกล้างสัญญา และไม่จ่ายเงินตามกรมธรรม์

 

        ข้อยกเว้นความคุ้มครอง  ของสัญญาเพิ่มเติมผลประโยชน์การยกเว้นเบี้ยประกันภัยของผู้เอาประกันภัย

        (สำหรับอายุรับประกันภัย 15-59 ปี โดยให้ความคุ้มครองถึงอายุ 60 ปี)

มีทั้งหมด 5 ข้อ เช่น ไม่คุ้มครองการทุพพลภาพอันเนื่องมาจากสาเหตุดังนี้

1. พยายามฆ่าตัวตาย หรือ ทำร้ายร่างกายตนเอง

2. การบาดเจ็บทางร่างกายที่ได้รับผลสืบเนื่องมาจากการเดินทางฐานะเจ้าหน้าที่ประจำอากาศยาน หรือ เดินทางโดยเครื่องบินที่มิใช่สายการบินพาณิชย์

3. การกระทำขณะอยู่ภายใต้ฤทธิ์สุรา หรือ สารเสพติดให้โทษร้ายแรงจนไม่สามารถครองสติได้ เป็นต้น

     

คำเตือน : ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

ขอบคุณสำหรับการติดตามเรา

เงื่อนไขเป็นไปตามที่ rabbit finance กำหนด

ข้อมูลส่วนตัวของท่านปลอดภัยแน่นอน

ติดตามข่าวสารจากแรบบิท ไฟแนนซ์

แผนประกันที่น่าสนใจ จากเมืองไทยประกันชีวิต

ข่าวล่าสุดจากแรบบิท ไฟแนนซ์