ทำไมต้อง Rabbit Finance?

สมัครผ่านเว็บไซต์ ซื้อง่าย

สมัครผ่านเว็บไซต์ ซื้อง่าย

หมดห่วงเรื่องค่ารักษาพยาบาล ใช้ลดหย่อนภาษีได้ถึงหลักแสน
แผนประกันสุขภาพที่หลากหลาย

แผนประกันสุขภาพที่หลากหลาย

ครอบคลุมทุกความต้องการ พร้อมข้อเสนอดี ๆ ที่นี่เท่านั้น เพราะเราคือ Exclusive
ให้คำปรึกษาฟรี พร้อมคำแนะนำดี ๆ

ให้คำปรึกษาฟรี พร้อมคำแนะนำดี ๆ

เพราะเรามีผู้เชี่ยวชาญพร้อมแนะนำ เพื่อเลือกแผนประกันที่เหมาะกับคุณ จบที่เดียว!

แผนประกันสุขภาพ จากกรุงเทพประกันภัย

คุ้มครองพิเศษ มะเร็งเฉพาะเพศหญิง

มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งช่องคลอด

คุ้มครองพิเศษ มะเร็งเฉพาะเพศชาย

มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งปอด และมะเร็งต่อมลูกหมาก

คุ้มครองเพิ่มเติม สำหรับมะเร็งเต้านม

มะเร็งที่พบได้บ่อยในเพศหญิง

คุ้มครองเพิ่มเติม สำหรับมะเร็งปอด

มะเร็งที่พบได้บ่อยในเพศชาย

แผนประกันสุขภาพ จากกรุงไทย-แอกซ่า

รีวิวจากลูกค้า

ปกติเวลาหาประกัน จะชอบไปเจอแต่เว็บที่ดูยาก ๆ ข้อมูลลายตาไปหมด แต่เว็บนี้ดี ข้อมูลครบแล้วก็เข้าใจง่าย

 

คุณนิ้ง
กรุงเทพฯ

หน้าเว็บไซต์ดูสบายตาดี ใช้ง่าย ข้อมูลเยอะแต่ก็อ่านง่าย และละเอียดดี ไม่ต้องเสียเวลาไปหาข้อมูลให้วุ่นวาย

 

คุณทอม
กรุงเทพฯ

          ทุกคนล้วนมีความเสี่ยง

“ชีวิตทุกคนแขวนอยู่บนเส้นด้าย” ชีวิตของทุกคนไม่มีความแน่นอนรวมถึงความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตด้วย เราไม่สามารถทราบได้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น เราอาจเป็นโรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน หรือโรคอื่นๆ ก็ได้ คุณอาจบอกว่าคุณเตรียมเงินเก็บส่วนหนึ่งไว้เพื่อสุขภาพในอนาคตแล้ว แต่คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเงินทุนก้อนนั้น เพียงพอสำหรับสุขภาพของคุณในอนาคต

 

การทำประกันสุขภาพ จึงเป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคุณ เช่นเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ทั้งค่ารักษา ค่าห้องพัก ค่ายา หรือค่าใช่จ่ายอื่นๆ เพราะการทำประกันสุขภาพจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้คุณเอง

 

          ยิ่งอายุเยอะ ความเสี่ยงยิ่งมาก

ในอนาคตยามที่คุณเริ่มเข้าสู่ วัยผู้สูงอายุ โรคภัยต่างๆ ก็จะเข้ามารุมเร้าจนคุณไม่อาจหนีได้ และด้วยอายุที่เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ การฟื้นฟูร่างกายจำเป็นที่จะต้องใช้เวลามากกว่าคนหนุ่มคนสาว ค่าใช้จ่ายในการรักษาก็ยิ่งสูงขึ้นๆ ถ้าหากคุณทำประกันสุขภาพตั้งแต่ช่วงอายุที่คุณยังทำงาน มีรายได้ที่มั่นคง การทำประกันสุขภาพก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณควรคำนึงถึง

 

แท้จริงแล้วประกันสุขภาพนั้นมีอยู่หลายแบบด้วยกัน โดยประกันสุขภาพที่คนให้ความสนใจมากเป็นพิเศษก็คือ ประกันมะเร็ง เนื่องจากในปัจจุบันพบผู้ป่วยเป็นมะเร็งจำนวนมาก โรคมะเร็งจึงเป็นโรคอันดับต้นๆ ที่คนส่วนใหญ่กลัวกัน จึงเกิดประกันมะเร็งขึ้นเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ทำประกัน


การทำประกันสุขภาพจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อที่ได้รับความช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายที่มีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของคุณ อีกทั้งการทำประกันสุขภาพยังถือเป็นการออมเงินได้ไปในตัว

คุณรู้หรือไม่ว่า ค่าเบี้ยประกันสุขภาพจะมีความแตกต่างกันออกไป อย่างเช่น ผู้หญิงและผู้ชายทั้ง 2 คน อายุ 45 ปี และซื้อประกันสุขภาพแบบเดียวกัน แต่ทำไมเบี้ยประกันสุขภาพถึงแตกต่างกัน? หรือคน 2 คนอายุต่างกัน แต่เสียเบี้ยประกันต่างกัน ทั้งๆ ที่เลือกทำประกันแบบเดียวกัน เหตุที่ค่าเบี้ยประกันต่างกันมาจากหลายสาเหตุด้วยกันดังนี้

 

  • อายุ

อายุที่ต่างกันทำให้ค่าเบี้ยประกันสุขภาพต่างออกไป ยิ่งอายุมากเท่าไหร่โรคภัยไข้เจ็บมักยิ่งมากขึ้นตามอายุ หรือเด็กวัยทารกยังไม่มีภูมิคุ้มกันมากนัก ก็ถือว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย
 

  • เพศ

ปัจจุบัน เพศหญิง มีโอกาศเสี่ยงเป็นโรคมากกว่าเพศชาย อีกทั้งสภาพร่างกายผู้หญิงจะใช้ฟื้นฟูเวลานานกว่าผู้ชาย ผู้หญิงจึงเสียค่าเบี้ยประกันสูงกว่าเพศชาย
 

  • สุขภาพ

ประวัติทางสุขภาพของผู้ทำประกันก็เป็นส่วนสำคัญ ถ้าหากคุณสูบบุหรี่ หรือชอบดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจึงมากกว่าคนอื่นๆ  ทำให้เบี้ยประกันสุขภาพของผู้ที่เสี่ยงต่อโรคสูงกว่าด้วยเช่นกัน
 

  • อาชีพ

หากใครที่ทำอาชีพเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ อย่างเช่น ผู้รับเหมาก่อสร้าง ตำรวจ นักดับเพลิง ก็มีส่วนทำให้เบี้ยประกันสุขภาพสูงขึ้นด้วย


จากปัจจัยข้างต้นเป็นเหตุให้เบี้ยค่าประกันสุขภาพเกิดการเปรียบเทียบขึ้น เกิดความแตกต่างของเบี้ยประกันสุขภาพ ดังนั้นหากใครต้องการเลือก ซื้อประกันสุขภาพ เราจำเป็นต้องศึกษาและสำรวจข้อมูลสุขภาพของตนเองเสียก่อน

ถ้าหากคุณสนใจ แผนประกันสุขภาพ และตัดสินใจจะซื้อแผนสุขภาพที่คุณต้องการแล้ว บางบริษัทจะสามารถให้คุณทำประกันสุขภาพเพียงอย่างเดียวก็ได้ แต่ส่วนใหญ่บริษัทประกันจะไม่ทำประกันสุขภาพให้คุณเพียงประกันเดียว แต่เพราะเหตุใด ทำไมถึงไม่สามารถซื้อประกันสุขภาพได้เพียงอย่างเดียว?

 

เนื่องจากประกันสุขภาพไม่ใช่ประกันตัวหลัก เป็นเพียงประกันเสริมให้กับตัวคุณเท่านั้น โดยเบี้ยประกันสุขภาพเป็นเบี้ยที่มีรูปแบบจ่ายทิ้ง อย่างเช่น คุณอายุ 42 ปี ซื้อประกันสุขภาพแผน A ค่าห้องพยาบาลอยู่ที่ 1,000 คุณจะต้องจ่ายเบี้ยประกันอยู่ที่ 4,076 บาท ต่อปี ซึ่งค่าเบี้ยประกันสุขภาพจะเป็นเบี้ยที่จ่ายทิ้ง ดังนั้นทุกๆ ปีคุณต้องจ่ายเบี้ย 4,076 เป็นประจำ  ซึ่งจะแตกต่างจากประกันชีวิต หากเราจ่ายเบี้ยประกันชีวิตหรือเบี้ยประกันเงินออม ค่าเบี้ยเหล่านั้นจะสะสมออกมาเป็นเงินปันผล ถ้าเราจ่ายครบตามกำหนดเราสามารถนำเงินออกมาได้ โดยจะมีเงินปันผลรวมอยู่ด้วย

 

เราจึงจำเป็นที่จะต้องซื้อตัวประกันหลัก เพื่อเป็นฐานให้กับประกันสุขภาพ ได้แก่
 

บางกรณีถ้าหากคุณทำประกันสุขภาพเพียงอย่างเดียว แต่คุณเกิดเจ็บป่วยบ่อย แล้วคุณขอเคลมบ่อยๆ อาจเกิดปัญหาเบี้ยประกันที่สูงมากขึ้น หรือถ้าคุณเป็นโรคร้ายแรงอย่างโรคมะเร็ง อาจทำให้คุณต้องเสียค่าประกันเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ได้ ซึ่งจะมีเเต่เสียเบี้ยประกันเปล่าๆ


ดังนั้นคุณควรทำประกันหลัก ไม่ว่าจะเป็น ประกันชีวิต หรือ ประกันออมทรัพย์ แล้วค่อยทำประกันสุขภาพเป็นประกันเสริม เพราะประกันหลักจะมาในรูปแบบระยะยาว คุ้มครองนาน แต่ก็ยังขาดค่ารักษาดูแลยามเจ็บป่วย เราจึงต้องทำประกันสุขภาพเสริมเข้าไป เพราะเราไม่สามารถทราบได้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร จะเกิดโรคภัยโรคมะเร็งกับเราไหม อาจเกิดปัญหาทางด้านการเงินหรือเปล่า? การทำประกันหลักก็เป็นอีกหนึ่งทางที่ทำให้เรามั่นใจในการดำเนินชีวิตและยังเเบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของเราอีกด้วย

          ทำความเข้าใจระหว่างผู้ป่วยในและผู้นอกเสียก่อน
 

  • ผู้ป่วยใน (IPD)

หมายถึงผู้ที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ตั้งแต่ 6 ชั่วโมงขึ้นไป เช่น ผู้ป่วยในสามารถนอนพักห้องผู้ป่วย (วอร์ดต่างๆ)
 

  • ผู้ป่วยนอก (OPD)

หมายถึงผู้ที่เข้ารับการรักษา โดยไม่ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล สามารถกลับบ้านได้เลยในวันที่เข้ารับการรักษา

 

          ประกันสุขภาพระหว่างผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน
 

             1. ประกันสุขภาพผู้ป่วยใน

  • ให้ความคุ้มครองเฉพาะผู้ป่วยใน
     
  • สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ไม่เกินจำนวนเงินสูงสุดตามวงเงินทุนประกัน ส่วนใหญ่อยู่ที่ 100,000 – 300,000 บาท ต่อการรักษาแต่ละครั้ง

 

             2. ประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก

  • ให้ความคุ้มครองเฉพาะผู้ป่วยนอก
     
  • ต้องมีอายุตั้งแต่ 21-45 ปี
     
  • เบิกค่ารักษาพยาบาลสูงสุดถึง 90,000 บาทต่อปี
     
  • สามาถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วย หรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ (สูงสุดไม่เกิน 1 ครั้ง/วัน ไม่เกิน 7 ครั้ง และไม่เกิน 30ครั้ง/ปี)
     
  • เฉพาะกรมธรรม์ปีแรกมีระยะเวลารอคอย 30 วัน โดยนับจากวันที่กรมธรรม์ปีแรกเริ่มมีผลความคุ้มครอง

 

เราจะเห็นได้ว่า เงื่อนไขประกันผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกมีความแตกต่างกัน เนื่องจากระเบียบการของผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกที่แตกต่างกัน โดยผู้ป่วยในสามารถนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลได้ ซึ่งจะมีค่าประกันสำหรับห้องพักโรงพยาบาลเข้ามา จะแตกต่างจากผู้ป่วยนอกที่ไม่สามารถนอนค้างคืนพักรักษาได้ จะเป็นรูปแบบที่มาโรงพยาบาลภายในวันเดียวเสร็จ การทำประกันสุขภาพของผู้ป่วยนอกจึงได้รับความคุ้มครองเป็นค่ายาซะส่วนใหญ่

rabbit finance ได้ร่วมมือกับทาง กรุงเทพประกันภัย และ กรุงไทย-แอกซ่า โดยคุณสามารถทราบแผนประกันสุขภาพได้ ดังนี้

 

          1. กรุงเทพประกันภัย

เน้นคุ้มครองผู้ป่วยที่เป็นโรคร้าย มีหลายประเภทให้ผู้ทำประกันได้เลือกดังนี้
 

  • Smart Plan

เน้นคุ้มครองเพิ่มขึ้นทุกปีตามอายุกรมธรรม์
 

  • Extra Care

ผลประโยชน์เพิ่มขึ้นตามชนิดมะเร็งที่มีความเสี่ยงสูงในแต่ละเพศ
 

  • Cancer Lite

ความคุ้มครองด้านการรักษาทางการแพทย์
 

  • Plus 2 in 1

ผลประโยชน์เพิ่มขึ้นตามอายุกรมธรรม์และมะเร็งความเสี่ยงสูงในแต่ละเพศ

 

          2. กรุงไทย-แอกซ่า

คุ้มครองสุขภาพตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้สูงอายุ โดยมีหลายประเภทให้ผู้ทำประกันได้เลือก
 

ประกันสุขภาพสำหรับผู้ใหญ่ โดยให้ความคุ้มครองหลายกรณี ครอบคลุมความเสี่ยงต่างๆ เกี่ยวกับสุขภาพได้เป็นอย่างดี
 

ประกันสุขภาพที่ออกแบบมาเพื่อให้ความคุ้มครองเด็กๆ โดยเฉพาะ เจาะจงความเสี่ยงต่างๆ ที่เด็กมีโอกาสพบเจอได้ง่าย
 

ประกันสุขภาพที่เน้นให้ความคุ้มครองกลุ่มโรคร้ายแรงเป็นหลัก โดยครอบคลุมถึง 100 อาการจาก 5 กลุ่มโรคร้ายแรง

 

หากคุณสนใจแผนประกันสุขภาพของทั้ง 2 ประกัน หรือสงสัยในแผนประกันบางประการ คุณสามารถติดต่อสอบถามได้ทาง Rabbit Finance ได้เลยค่ะ โดยคุณสามารถติดต่อมาได้ดังนี้
 

  • ผู้ช่วยออนไลน์บนเว็บไซต์
     
  • เบอร์โทรศัพท์ : 02-002-1222
     
  • โทรสาร : 02-903-9999 #123
     
  • อีเมล : insurance@rabbit.co.th
     
  • ที่อยู่ : 1032/1-5, 14 ตึกกริต ชั้น 2 ถ.พระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาธร กรุงเทพฯ 10102

ข่าวล่าสุดจากแรบบิท ไฟแนนซ์