ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยช่วงเวลาที่ผู้ใช้งานบัตรเครดิตต้องรู้เอาไว้


ระยะปลอดดอกเบี้ย คือ ระยะเวลาในการตัดรอบบิลของบัตรเครดิต โดยเป็นระยะเวลาที่ผู้ถือบัตรจะต้องชำระหนี้สินที่ให้ทางสถาบันการเงินจ่ายแทนเงินสดไปก่อน

บัตรเครดิต นั้นเป็นสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่การใช้ชีวิตประจำวันของคนเราอยู่พอสมควร แต่การที่คนเราจะใช้บัตรเครดิตแบบไม่คิดถึงยอดหนี้สินที่จะเกิดขึ้นนั้น บัตรเครดิตก็อาจจะกลายเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างหนี้เพิ่มเติมให้แก่ผู้ใช้งานได้มากพอสมควรเช่นเดียวกัน คนส่วนใหญ่เมื่อมีบัตรเครดิตก็มักจะใช้ทั้งรูดซื้อสินค้าและกดนำเอาเงินสดเพื่อนำมาหมุนใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และคิดเพียงว่าเดี๋ยวค่อยผ่อนชำระคืน แต่ยอดหนี้เหล่านั้นก็มาพร้อมกับดอกเบี้ยเพราะมันเป็นไปได้ยากที่เราจะนำเงินของคนอื่นมาใช้โดยที่ไม่ต้องเสียอะไรทั้งสิ้น แต่ก็ใช่ว่าจะต้องเสียดอกเบี้ยทุกครั้งเพราะยังมีช่วงระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยให้แก่ผู้ใช้งานบัตรเครดิตอยู่

ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย คือ ช่วงเวลาที่ทางสถาบันการเงินช่วยให้ลูกหนี้สามารถจ่ายเงินคืนได้แบบไม่ต้องเสียดอกเบี้ย จะเริ่มต้นอยู่ช่วงเวลาการตัดยอดหนี้ของแต่ละเดือนเป็นหลัก เช่น หากทางสถาบันการเงินตัดยอดหนี้ทุกวันที่ 15-16 ของแต่ละเดือนและจะมีช่วงเวลาให้จ่ายเงินคืนเข้าไปก่อนวันที่ 8-10 ของเดือนถัดไป ภายในระยะเวลาที่สถาบันการเงินกำหนดขึ้นมานั้น คือ ช่วงเวลาที่สถาบันทางการเงินไม่คิดดอกเบี้ยในการชำระหนี้ของผู้ใช้งานบัตรเครดิตและลูกหนี้ควรรีบชำระเงินเข้าไปภายในระยะเวลาที่สถาบันทางการเงินกำหนดเอาไว้เท่านั้น

หากลูกค้าบัตรเครดิตชำระเงินล่าช้ากว่าช่วงเวลาที่สถาบันการเงินแจ้งยอดมานั้น ก็จะต้องเสียดอกเบี้ยให้ทางสถาบันการเงินตามที่สถาบันการเงินแต่ละที่ได้แจ้งเอาไว้ หรือหากว่าไม่สามารถจ่ายเงินตามช่วงเวลาที่กำหนดของสถาบันการเงินได้ก็อาจจะเลือกจ่ายขั้นต่ำเข้าไปก่อน เพื่อเป็นการชำระหนี้สินส่วนหนึ่งเข้าไปก่อนแต่ในทางเลือกนี้ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินได้ ดังนั้น หากเป็นไปได้ก็ควรใช้งานบัตรเครดิตตามกำลังที่ตนเองจะสามารถทำการผ่อนชำระได้ หรือพยายามจ่ายหนี้เข้าไปในช่วงระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยจะเป็นการดีที่สุด

บัตรเครดิตสามารถทำให้การเงินของคนเรามีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น แต่ทุกคนที่ใช้บัตรเครดิตต้องไม่ลืมว่าเครดิต ก็คือ การนำเงินมาใช้ก่อนและทำการผ่อนคืนทีหลัง แม้ว่าสภาวะทางการเงินอาจจะดูคล่องตัวและคิดว่าจะสามารถทำการผ่อนชำระหนี้สินคืนได้ แต่สภาวะทางการเงินก็ใช่ว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว ดังนั้น ควรใช้จ่ายบัตรเครดิตอย่างระมัดระวังเสมอเพื่อช่วยให้หนี้สินบัตรเครดิตไม่พอกหางหมูและกลายเป็นหนี้สินก้อนใหญ่ที่จะต้องมานั่งชดใช้อีกยาวนาน และดอกเบี้ยของบัตรเครดิตต้องทำการศึกษาให้ดี เพราะยิ่งผ่อนชำระช้าเท่าไหร่ดอกเบี้ยก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อยู่เสมอ

ทางสถาบันการเงินจึงเปิดโอกาสให้ลูกหนี้บัตรเครดิตสามารถชำระเงินได้ในช่วงระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย เพื่อลดปัญหาดอกเบี้ยเพิ่มพูนและทำให้ลูกหนี้สามารถชำระเงินต้นหมดได้อย่างรวดเร็ว ส่วนลูกหนี้นั้นจะรีบรับโอกาสนี้เอาไว้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวลูกหนี้เอง หากเป็นผู้ที่จ่ายหนี้ยากและคิดว่าจ่ายเมื่อไหร่ก็ได้นั้นเป็นความคิดที่ผิดอย่างมาก หลายคนที่คิดเช่นนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดปัญหาหนี้สินกับบัตรเครดิตแบบดอกเบี้ยทบต้นจนต้องมานั่งหาเงินใช้หนี้กันแบบยาวนานเลยทีเดียว ดังนั้น หากเป็นหนี้บัตรเครดิตควรรีบจ่ายชำระหนี้สินให้หมดเร็วที่สุดหรือจ่ายในช่วงระยะเวลาที่สถาบันการเงินกำหนดเท่านั้น