ทำไมต้อง Rabbit Insurance Broker?

ได้รับความไว้วางใจจากสำนักงาน คปภ.

ได้รับความไว้วางใจจากสำนักงาน คปภ.

เราเป็นบริษัทในเครือ BTS ที่ได้รับใบอนุญาตในการส่งเสริมการขายประกันวินาศภัยและประกันชีวิต
ตรวจสอบ และติดตามโปร่งใสทุกขั้นตอน

ตรวจสอบ และติดตามโปร่งใสทุกขั้นตอน

บริการสรุป และนำเสนอรายงานการเคลมทุกๆ 3 เดือน ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
สวัสดิการสุดพิเศษสำหรับลูกจ้าง

สวัสดิการสุดพิเศษสำหรับลูกจ้าง

ส่วนลดพิเศษสำหรับพนักงานที่ต้องการทำประกันภัยกับแรบบิท ไฟแนนซ์

บริการของเรา

ประกันสุขภาพกลุ่ม

ประกันความรับผิดภาคธุรกิจ

ประกันงานก่อสร้าง

ประกันภัยไซเบอร์

ประกันการเดินทาง

ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน

รีวิวจากลูกค้า

Mario Peng (ประธานบริหารด้านการเงิน)

บริษัท โฮเทล ควิกลี่ แอพ จำกัด

 

ขอบคุณมาก! ที่ทำให้ผมสามารถเลือกความคุ้มครองได้ตามความต้องการทั้งของบริษัทและของตัวผมเอง นอกจากบริษัทฯผมจะจ่ายเงินน้อยลงกว่าเดิม ภายใต้ความคุ้มครองที่ผมเคยทำประกันโดยตรงกับบริษัทประกันภัยในหลายปีที่ผ่านมา นั่นคือ 2 เหตุผลว่าทำไมผมถึงอยากแนะนำคนอื่นๆ ให้มาใช้บริการผ่านทางแรบบิท

 

Sudarat Noranitiwan (Senior Manager - People Developement)

บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด

 

แรบบิทไฟแนนซ์ช่วย Kerry Express ได้มากจริงๆคะโดยเฉพาะการนำเสนอแผนความคุ้มครองที่ตอบโจทย์และคัดเลือกบริษัทประกันภัยชั้นนำ   ที่สำคัญคือช่วยสร้างความมั่นใจในการตัดสินใจ....ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากไปได้เยอะเลยคะ แน่นอนที่สุดคะว่าจะแนะนำแรบบิทไฟแนนซ์ ให้เพื่อนๆในวงการเดียวกันโดยเฉพาะ ฝ่ายHR ให้มาใช้บริการแรบบิทไฟแนนซ์ดูคะ

Steven Prussky (กรรมการผู้จัดการ)

บริษัท อะแวร์ คอปอร์เรชั่น จำกัด (เชียงใหม่)

 

เจ้าหน้าที่ดูแลดีมาก มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของประกันภัย สามารถหากรมธรรม์ได้ตรงตามความต้องการของบริษัท แถมก็ถูกกว่าเจ้าอื่นๆ

ในยุคไทยแลนด์ 4.0 แบบนี้ เชื่อมั่นเหลือเกินว่าคงจะมีธุรกิจเกิดใหม่ขึ้นมากมายในสังคมไทย บางธุรกิจอาจะเป็นธุรกิจแบบสตาร์ทอัพที่เพิ่งเปิดตัว ทำการตลาด จนสินค้านั้นอยู่ในกระแส คนไทยในสังคมส่วนใหญ่รู้จัก ส่วนบางธุรกิจเองก็เป็นธุรกิจที่มีประวัติความเป็นมาอยู่คู่สังคมไทยมาเป็นระยะเวลายาวนาน

 

ถึงแม้ว่าแต่ละธุรกิจจะมีประวัติความเป็นมา เวลาในการดำเนินธุรกิจแตกต่างกัน แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั่นก็คือ ธุรกิจเหล่านี้มีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจเหมือนกันนั่นเอง ทำให้แต่ละบริษัทมีการบริหารจัดการความต่อเนื่อง

 

          การบริการจัดการความต่อเนื่องของธุรกิจ

การบริหารจัดการความต่อเนื่อง คือ การเตรียมพร้อมเพื่อตอบรับกับปัญหาฉับพลัน วิกฤต หรือภัยที่ส่งผลกระทบต่อองค์กร เพื่อให้องค์กรสามารถยังก้าวต่อไปได้อย่างไม่ติดขัด เพราะยิ่งองค์กรหรือบริษัทเติบโตมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสพบเจอกับปัญหาหลากหลายปัจจัยมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะด้านเศรษฐกิจ การเมือง วิกฤตทางธรรมชาติ หรือด้านอื่นๆ

 

ปัญหาเหล่านี้อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจให้หยุดชะงักอย่างฉับพลันได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรและบริษัทไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุด ดังนั้นเป้าหมายของการบริหารจัดการความต่อเนื่องก็คือ การประเมินความเสี่ยง กำหนดกลยุทธ์ และทำความเข้าใจกับพนักงานในองค์กรทุกคน เพื่อทำให้องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างต่อเนื่องแม้ในยามที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน

 

อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการความต่อเนื่อง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการกำหนดกลยุทธ์หรือวางแผนที่ทำให้องค์กรสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องอย่างสมบูรณ์แบบเหมือนไม่มีวิกฤติเกิดขึ้น แต่เป็นการวางแผนรองรับเพียงพอให้องค์กรสามารถยังยืนหรือเดินต่อไปข้างหน้าได้

 

กล่าวคือ การบริหารจัดการความต่อเนื่อง ไม่อาจป้องกันความเสียหายที่ไม่คาดคิดได้ทั้งหมด เพียงแต่เป็นการทำให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ในขณะที่ก็พยายามรักษาและกู้คืนความเสียหายให้กลับมาทำงานได้อย่างคงเดิม โดยองค์ประกอบของ การบริหารจัดการความต่อเนื่อง

 

          ขั้นตอนการบริหารจัดการความต่อเนื่อง

 

1. จัดตั้งการบริหารจัดการความต่อเนื่อง

 

2. ทำความเข้าใจกับองค์กรของตนเอง

 

3. กำหนดกลยุทธ์

 

4. จัดทำแผนงานกลยุทธ์

 

5. ทดสอบ ทบทวน และพิจารณาแผน

 

6. ฝังแผนงานลงไปในวัฒนธรรมองค์กร

 

เพราะความเสี่ยงที่ธุรกิจต้องประสบนั้นมีอยู่มากมาย  โดยขึ้นอยู่กับธุรกิจที่ประกอบการ ซึ่งความเสี่ยงบางอย่างนั้น คุณก็สามารถที่จะโอนไปให้บริษัทประกันภัย ช่วยคุ้มครอง บรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้   

 

โดยเจ้าของธุรกิจเป็นผู้เอาประกันภัยและจ่ายเบี้ยประกันภัยในจำนวนเงินที่ไม่มากนักให้กับบริษัทประกันภัย เมื่อเกิดความเสียหายเกิดขึ้น  ธุรกิจก็สามารถเรียกร้องค่าเสียหาย  เป็นค่าสินไหมทดแทน จากบริษัทประกันภัยได้ ดังนั้น  การทำธุรกิจสมัยใหม่ ต้องคิดถึงประกันภัย ทั้งนั้น  ถ้าธุรกิจของคุณไม่ทำประกันภัย คงไม่ได้แล้ว

 

          ข้อดีของการทำประกันภัยธุรกิจ

โดยข้อดีของการทำประกันธุรกิจนั้น คือการช่วยคุ้มครองต่อความเสี่ยงภัยในทรัพย์สินของธุรกิจที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ความรับผิดทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงประโยชน์ที่จะได้จากความคุ้มครองต่อพนักงานในธุรกิจนั้นๆ อีกด้วย


โดยปกติแล้ว การประภัยธุรกิจนั้น จะคุ้มครองตั้งแต่กลุ่มสตาร์ทอัพ , กลุ่มเจ้าของธุรกิจส่วนตัว , ธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดกลาง ไปจนถึงบริษัทที่มีพนักงานประจำไม่เกิน 100 คน

          ประกันภัยที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ

เมื่อพูดถึง “ประกันภาคธุรกิจ” เชื่อเหลือเกินว่าหลายๆ ท่านคงจะคิดว่าประกันภาคธุรกิจนั้นคือชื่อของกรมธรรม์ แต่ความจริงแล้ว ประกันภัยภาคธุรกิจหมายถึงกรมธรรม์ประกันภัยที่ช่วยให้การดำเนินธุรกิจของท่านลื่นไหลไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยกรมธรรม์ที่จะช่วยคุ้มครองธุรกิจของท่านในด้านต่างๆ นั้นจะประกอบไปด้วย

 

การประกันภัยแบบกลุ่ม เป็นการรับประกันภัยบุคคลหลายคนภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับเดียวโดยมีนายจ้างเป็นผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัย และมีลูกจ้างเป็นผู้เอาประกันภัย  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการให้สวัสดิการแก่ลูกจ้าง

 

โดยบริษัทประกันภัยจะออกกรมธรรม์ประกันภัยเพียงฉบับเดียวให้กับนายจ้าง เรียกว่า “กรมธรรม์ประกันภัยหลัก”

 

ส่วนลูกจ้างจะได้รับเอกสาร ที่เรียกว่า “ใบรับรองการเอาประกันภัย หรือบัตรประกันสุขภาพ”  ไว้เป็นหลักฐานในการเอาประกันภัย หรือใช้สิทธิรักษาพยาบาล โดยการเอาประกันภัยกลุ่มที่นายจ้างสามารถทำให้กับลูกจ้างได้นั้นมีหลายรูปแบบด้วยกัน

 

ประกันภัยที่คุ้มครองและปกป้องผู้ทำประกันภัยต่อความผิดด้านต่างๆ เช่น การฟ้องร้อง การถูกกล่าวหา หรือการกระทำผิดต่อพนักงาน เป็นต้น โดยปกติแล้ว ประกันภัยความรับผิด มักจะทำให้กับผู้มีตำแหน่งสูงๆ ในบริษัทหรือองค์กรต่างๆ เช่น ผู้บริหาร กรรมการบริหาร หรือกระทั่งตัวบริษัทเอง

 

การทำประกันภัยความรับผิด จะเป็นการคุ้มครองค่าใช้จ่ายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากความเสี่ยงด้านต่างๆ ที่ผู้ปฏิบัติงานอาจต้องเผชิญหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งประกันจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในด้านของการขึ้นและลงศาลต่างๆ เป็นต้น

 

ประกันภัยที่จะช่วยรองรับการคุ้มครองในกรณีที่เกิดความสูญเสียต่ออาคารทรัพย์สินที่ได้ทำประกันเอาไว้โดยสามารถประเมินเป็นวงเงินได้ ทำให้เมื่อเกิดปัญหาขึ้นธุรกิจสามารถที่จะการดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง

 

ผู้ดำเนินธุรกิจทุกท่าน จึงควรมีการทำประกันสำหรับภาคธุรกิจไว้ เพื่อความคุ้มครองในด้านต่างๆ เช่น ประกันอัคคีภัยสำหรับธุรกิจ เป็นการทำประกันภัยเพื่อรองรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ ธุรกิจ โรงงาน สถานประกอบการจากอัคคีภัย

 

ประกันภัยที่ช่วยลดความเสี่ยงในกรณีการเกิดเหตุก่อการร้ายขึ้น ไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศ ซึ่งอาจส่งผลทางตรงหรือทางอ้อมต่อบริษัทหรือองค์กรของคุณ เพราะในยุคสมัยปัจจุบันนั้น มีโอกาสเกิดเหตุการณ์การก่อการร้ายได้บ่อยครั้ง ในหลากหลายแห่งทั่วโลก

 

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากจะพานำมาซึ่งความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน จิตใจ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวมาให้แล้ว ยังส่งผลต่อธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะในทางตรงหรือทางอ้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย

 

ประกันภัยที่ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อความเสียหายทางคอมพิวเตอร์ที่เกิดขึ้นกับธุรกิจในเชิงพาณิชย์ได้ทุกประเภท อาทิ ผู้ผลิตสินค้า ผู้ให้บริการประเภทต่างๆ โดยเฉพาะสถาบันการเงินซึ่งมีความเสี่ยงภัยในระดับสูง

 

โดยกรมธรรม์ประกันภัยประเภทนี้จะคุ้มครองทั้งในส่วนความรับผิดต่อผู้เอาประกันภัย (First Party) หรือความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Third Party) ซึ่งเกิดขึ้นกับข้อมูลของลูกค้าสูญหาย หรือถูกโจรกรรมไป


นี่เป็นเพียงข้อมูล การทำประกันภัยสำหรับธุรกิจ เบื้องต้นเท่านั้น เพราะในความจริงแล้วยังมีกรมธรรม์ประกันภัยอีกมากมายที่ถูกออกแบบมาเพื่อบริษัทและธุรกิจต่างๆ

          ขึ้นชื่อว่า ธุรกิจ ล้วนเต็มไปด้วยความเสี่ยง

เพราะการเริ่มต้นทำธุรกิจนั้นมีค่าใช้จ่าย มีราคาที่ต้องจ่าย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงงาน, โรงแรม, ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, Start Up ฯลฯ ก็จะต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากด้วยกันทั้งนั้น

 

ยิ่งถ้าหากเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ด้วยแล้ว ยิ่งต้องใช้จำนวนเงินมหาศาลมากเข้าไปใหญ่ เพราะในการลงทุนแต่ละครั้งจะต้องหมดค่าใช้จ่ายไปกับที่ดินปลูกสร้าง เครื่องจักร อาคาร อุปกรณ์ประกอบการธุรกิจ รวมถึงของตกแต่งภายในสำนักงาน

 

ด้วยต้นทุนการเริ่มต้นธุรกิจนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูง ทำให้ผู้ประกอบการหลายท่าน ต้องดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง ทั้งกลยุทธ์ทางการขายและการรักษาสิ่งปลูกสร้างทางธุรกิจ เพราะหากสูญหาย หรือถูกทำลาย ผู้ประกอบการคงเสียหายไม่น้อย

 

          ตัวอย่างเหตุการณ์ที่ทำให้ธุรกิจควรทำประกัน

 

             1. คุ้มครองทรัพย์สิน อาคารบริษัท

เพราะคุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่า อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ หากวันดี คืนดี อยู่ฝนตกหนัก น้ำท่วม หรือเกิดไฟไหม้ขึ้นมาจนทำให้อาคารและทรัพย์สินของบริษัทเสียหาย

 

แน่นอนว่ามันต้องขาดทุนแน่ๆ ยิ่งถ้าหากว่าคุณบริษัทสตาร์ทอัพที่เพิ่งดำเนินธุรกิจไปได้ดีด้วยแล้ว ยิ่งแล้วใหญ่ การทำประกันภัยภาคธุรกิจเอาไว้ คือคำตอบที่ช่วยให้ความคุ้มครองค่าเสียหายเหล่านั้นได้

 

             2. อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับพนักงานขณะปฏิบัติงาน

นอกจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินและอาคารของบริษัทแล้ว อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับตัวพนักงานก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน เพราะพนักงานนั้นคือส่วนหนึ่งในการดำเนินงานธุรกิจ พวกเขาคือหัวเรี่ยว หัวแรงหลัก ที่ทำให้บริษัทของคุณก้าวหน้าไปสู่จุดหมายที่คุณต้องการ

 

หากเกิดอุบัติเหตุขณะทำงานขึ้นกับพนักงาน แล้วพวกเขาไม่ได้รับความช่วยเหลือ เชื่อเหลือเกินว่าคุณก็คงจะต้องเสียเวลาหาพนักงานที่เหมาะกับบริษัทต่อไปเรื่อยๆ

 

             3. เหตุการณ์ก่อการร้าย

เพราะในยุคสมัยปัจจุบันนั้น มีโอกาสเกิดเหตุการณ์การก่อการร้ายได้บ่อยครั้ง ในหลากหลายแห่งทั่วโลก ไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากจะนำมาซึ่งความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน จิตใจ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวมาให้แล้ว

 

ยังส่งผลต่อธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะในทางตรงหรือทางอ้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย ประกันภัยภาคธุรกิจจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยลดความเสี่ยงในกรณีการเกิดเหตุก่อการร้ายขึ้นได้

 

             4. ข้อมูของบริษัทถูกขโมย

เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น การทำประกันภัยไซเบอร์คือคำตอบสุดท้ายที่ช่วยเหลือคุณเรื่องนั้นได้ เพราะเป็นประกันภัยที่ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อความเสียหายทางคอมพิวเตอร์ที่เกิดขึ้นกับธุรกิจในเชิงพาณิชย์ได้ทุกประเภท อาทิ ผู้ผลิตสินค้า ผู้ให้บริการประเภทต่างๆ

 

             5. บริษัทถูกฟ้องร้อง ต้องขึ้นโรง ขึ้นศาล

ในการทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นบริษัท องค์กรที่มีขนาดใหญ่ หรือเป็นบริษัทที่กำลังเติบโตล้วนต้องมีโอกาสที่จะเผชิญการถูกฟ้องร้อง ขึ้นโรงขึ้นศาล ยิ่งกับผู้มีตำแหน่งสูงๆ ในบริษัทหรือองค์กรต่างๆ เช่น ผู้บริหาร กรรมการบริหาร หรือกระทั่งตัวบริษัทเอง

 

การทำประกันภัยความรับผิด จึงเป็นเรื่องที่คุ้มครองค่าใช้จ่ายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากความเสี่ยงด้านต่างๆ ที่ผู้ปฏิบัติงานอาจต้องเผชิญหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งประกันจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในด้านของการขึ้นและลงศาลต่างๆ

อย่างที่ได้บอกไปว่าการทำธุรกิจนั้นมีความเสี่ยง คุณจึงมีความจำเป็นที่จะหาผู้ช่วยมาแบกรับความเสี่ยงนั้นเพิ่ม โดยการทำประกันภัยภาคธุรกิจ ต้องบอกก่อนว่าต้องทำตามรูปแบบประเภทของการดำเนินธุรกิจของคุณ โดยบริษัทประกันภัยส่วนใหญ่ได้ออกแบบรูปแบบกรมธรรม์ประกันภัยเอาไว้มากมาย ดังนี้

 

          ประเภทของประกันภัยภาคธุรกิจ

 

คือ การประกันภัยที่จะช่วยรองรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับธุรกิจ ร้านค้า สถานประกอบการ จากอัคคีภัย และภัยอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้
 

คือ การประกันความเสียหายอันเกิดจากการใช้รถยนต์         
        

คือ การประกันความเสียหายแก่เรือและทรัพย์สินหรือสินค้าที่อยู่ในระหว่างการขนส่งทางทะเล และยังขยายของเขตความคุ้มครองไปถึงการขนส่งสินค้าทางอากาศและทางบก ซึ่งต่อเนื่องกับการขนส่งทางทะเลด้วย  
 

คือ การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองต่อผู้เอาประกันภัยในกรณีที่ผู้เอาประกันภัย ประสบอุบัติเหตุได้รับความบาดเจ็บทางร่างกาย และหากผลของการบาดเจ็บนั้นส่งผลให้ผู้เอาประกันภัยต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล หรือรุนแรงถึงขั้นทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ หรือเสียชีวิต บริษัทประกันภัยจะเข้ามารับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น   
 

คือ การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันภัยหากผู้เอาประกันภัยประสบอุบัติเหตุ และผลของอุบัติเหตุนั้นส่งผลให้ผู้เอาประกันภัยบาดเจ็บต้องได้รับการรักษาพยาบาล หรือสูญเสียอวัยวะ มือ เท้า และสายตา หรือเสียชีวิต แต่ทั้งนี้อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นจะต้องเกิดขึ้น ภายในระยะเวลาระหว่างการเดินทาง
 

คือ การรับประกันภัยบุคคลหลายคนภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับเดียวโดยมีนายจ้างเป็นผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัย และมีลูกจ้างเป็นผู้เอาประกันภัย  ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นการให้สวัสดิการแก่ลูกจ้าง
 

  • ประกันภัยสำหรับเงิน

คือ การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองต่อความสูญเสียของเงิน ไม่ว่าเงินนั้นจะอยู่ภายในอาคารที่ทำการของผู้เอาประกันภัย ในตู้นิรภัย หรืออยู่ใน ระหว่างการขนส่งจากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่ง
 

  • ประกันภัยความซื่อสัตย์

คือ กรมธรรม์ประกันภัยที่ชดเชยคุณจากการสูญเสียทางการเงินโดยตรงอันเนื่องจากการกระทำที่ไม่ซื่อสัตย์ของพนักงานของคุณ
 

  • ประกันภัยความผิดต่อบุคคลภายนอก

คือ การประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกจะชดใช้ค่าเสียหาย ที่ผู้เอาประกันภัย ต้องรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกสำหรับความบาดเจ็บทางร่างกาย เสียชีวิต หรือความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เกิดขึ้นในระยะเวลาประกันภัย
 

  • ประกันภัยงานก่อสร้าง

คือ การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกชนิดของผู้รับเหมาระหว่างดำเนินงาน รับเหมาก่อสร้าง งานตกแต่งภายใน เป็นต้น
 

  • ประกันภัยเครื่องจักร

คือ การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัย แก่ผู้เอาประกันภัยกรณีเกิดความสูญเสีย หรือ ความเสียหายต่อเครื่องจักรที่เอาประกันซึ่งอยู่ระหว่างทำงานหรือหยุดพัก หรือขณะยกเครื่อง รื้อเครื่อง เคลื่อนย้าย หรือติดตั้งใหม่ เพื่อทำความสะอาด ตรวจสอบ หรือติดตั้ง ณ สถานที่อื่นใด
 

  • ประกันภัยความรับผิดชอบต่อสาธารณะ

คือ การให้ความคุ้มครองต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือความบาดเจ็บทางร่างกาย ตลอดจนกระทั่งการเสียชีวิตของบุคคลภายนอก
 

  • ประกันความเสี่ยงภัยทุกชนิด

คือ การคุ้มครองทรัพย์สินที่เอาประกันภัยต่อความสูญเสีย และความเสียหายโดยตรงทางกายภาพจากสาเหตุภายนอกทุกกรณี เว้นแต่ที่ระบุไว้ในข้อยกเว้นในกรมธรรม์

 

คงจะเห็นแล้วว่า ประกันภัยภาคธุรกิจ มีกรมธรรม์ที่หลากหลาย เพียงพอต่อความต้องการของธุรกิจแทบทุกประเภทเลยจริงๆ

          โบรกเกอร์ประกันภัยที่ได้รับความไว้วางใจ

rabbit finance โบรกเกอร์ประกันภัยอันดับต้นๆ ที่ได้จดทะเบียนเข้ามาอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เป็น 1 ใน 50 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และยังเป็นแบรนด์การค้าที่ถูกก่อตั้งโดย บริษัท แรบบิทอินเตอร์เน็ต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยี และสื่อออนไลน์ ที่อยู่ในเครือบริษัทที่ให้บริการคมนาคมชั้นนำของกรุงเทพมหานครฯ อย่างบริษัท บีทีเอส จำกัด มหาชน อีกด้วย

 

rabbit finance เป็นช่องทางการเปรียบเทียบประกันภัยให้กับคุณ ซึ่งมีผู้ใช้บริการทั้งสิ้นกว่า 4 ล้านคน ขั้นตอนในการเปรียบเทียบประกันภัยค่อนข้างสะดวก

 

          ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย

คุณสามารถ เลือกประกันภัยที่ต้องการ จาก 30 บริษัทประกันชั้นนำ เราคัดสรรข้อเสนอที่ดีที่สุดเพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะประหยัดเงินได้มากยิ่งขึ้น เพียงแค่กรอกข้อมูลที่จำเป็นลงในช่องที่เราเตรียมเอาไว้ให้บนเว็บไซต์

 

สำหรับลูกค้าท่านใดที่กังวลว่าการกรอกข้อมูลบนเว็บไซต์จะทำให้ถูกละเมิดความส่วนตัว คนภายนอกสามารถเห็นข้อมูลส่วนตัวได้ ขอให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์นั้น

 

          ความปลอดภัยของข้อมูล

เนื่องจากเราได้รับเครื่องหมายรับรองความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์จาก Comodo หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตโปรแกรมด้านการรักษาความปลอดภัยชั้นนำ เพื่อให้คุณมั่นใจว่าทุกข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญจะถูกเก็บรักษาเอาไว้ภายใต้ระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด

 

นอกจากนี้ rabbit finance ยังได้รับ ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ทำให้มั่นใจได้ว่า rabbit finance จะดำเนินงานอย่างโปร่งใส ซื่อตรง รวดเร็ว


เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด เราขอย้ำอีกครั้งว่า rabbit finance ไม่ใช่ธนาคาร บริษัทประกันภัย หรือสถาบันทางการเงินแต่อย่างใด แต่เป็นช่องทางสำหรับการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเงินและประกันภัยเท่านั้น และบริษัท ประกันคุ้มภัย จำกัด (มหาชน) ก็เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่จับมือกัน

ข่าวล่าสุดจากแรบบิท ไฟแนนซ์