ประโยชน์ที่ผู้สูงอายุจะได้จากกองทุนชราภาพ

posted: 4 months ago
2,257 views
ประโยชน์ที่ผู้สูงอายุจะได้จากกองทุนชราภาพ

comments

สำหรับมนุษย์เงินเดือนหลายคนอาจจะคุ้นเคยดีกับ การทำประกันสังคม และน่าจะรู้กันอยู่แล้วว่าเราสามารถใช้สิทธิ์อะไรจากการทำประกันสังคมได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์ของการรักษาพยาบาล สิทธิ์ประกันตนกรณีว่างงาน เป็นต้น

 

แต่รู้หรือไม่คะว่า ประกันสังคมที่เราจ่ายกันอยู่ทุกเดือนนั้น มีประโยชน์ส่งผลยาวไปจนถึงเมื่อคุณเกษียณอายุการทำงานเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งเมื่อคุณถึงวัยเกษียณ สิ่งต่างๆที่คุณจะได้รับกลับคืนมา ในรูปแบบของ เงินจากกองทุนชราภาพ นั่นเองค่ะ

 

 

กองทุนชราภาพ

กองทุนชราภาพ คืออะไร

 

กองทุนชราภาพ คือ กองทุนที่เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกันสังคมปี พศ. 2533 ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติมในปี พศ. 2546 ที่รัฐบาลกำหนดให้นายจ้างและผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ ตามอัตราที่กำหนดไว้ในกฏหมาย แต่ต้องไม่เกินอัตราเงินสมทบท้ายพระราชบัญญัติประกันสังคม

ก่อนอื่นคุณจะต้องเข้าใจก่อนว่า ประกันสังคมที่เราคุ้นเคยกันนั้น จะมีการแบ่งแยกย่อยออกเป็นอีกหลายกองทุน แต่ละกองทุนก็จะมีอัตราการเก็บเงินเข้ากองทุนที่แตกต่างกันออกไป และหากจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ กองทุนชราภาพในที่นี้ ก็คือ กองทุนสำหรับผู้สูงอายุที่เคยเป็นผู้ประกันตนมีสิทธิ์ที่จะได้รับผลประโยชน์จากกองทุนชราภาพ เมื่อถึงเวลาเกษียณนั่นเองค่ะ

จะได้รับผลประโยชน์จากกองทุนชราภาพตอนไหน

 

เงื่อนไขการรับผลประโยชน์จากกองทุนชราภาพที่ทางประกันสังคมกำหนดไว้

  1. เป็นผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน ไม่ว่าระยะเวลา 180 เดือนนั้นจะต่อเนื่องกันหรือไม่ก็ตาม
  2. เป็นผู้ประกันตนที่มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
  3. ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงแล้ว

 


สิทธิ์ประโยชน์ที่จะได้รับจากกองทุนชราภาพ

 

สิทธิ์ประโยชน์ที่ผู้ประกันตนที่จะได้รับจากกองทุนชราภาพ จะมาใน 2 รูปแบบ คือ 1.เงินบำนาญชราภาพ (รายเดือน) 2.เงินบำเหน็จชราภาพ (จ่ายครั้งเดียว) 

 

1.เงินบำนาญชราภาพ (รายเดือน)

 

เงินกองทุนชราภาพที่มาในรูปแบบของเงินบำนาญชราภาพ จะถูกจ่ายให้แก่ผู้ประกันตนเป็นรายเดือนในอัตรา 15% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย และในกรณีที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือน จะได้รับการปรับเพิ่มอัตราเงินบำนาญชราภาพขึ้นอีก 1% ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบทุก 12 เดือน เช่น หากคุณทำงาน 20 ปี จะได้เงินสมทบกองทุนชราภาพ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายนั่นเองค่ะ

 

2.เงินบำเหน็จชราภาพ (จ่ายครั้งเดียว)

 

ในกรณีที่ประกันสังคมจ่ายเงินกองทุนชราภาพในรูปแบบของ เงินบำเหน็จชราภาพ ประกันสังคมจะมีการจ่ายใน 3 กรณี คือ

 

  • ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน 

ในกรณีที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน ประกันสังคมจะจ่ายเงินบำเหน็จกองทุนชราภาพเท่ากับจำนวนเงินสะสมที่ผู้ประกันตนสะสมไว้ในกองทุนชราภาพ

 

กองทุนชราภาพ

 

 

  • ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมากกว่า 12 เดือน

ในกรณีที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนชราภาพมากกว่า 12 เดือนขึ้นไป ประกันสังคมจะจ่ายเงินให้เท่ากับจำนวนเงินสะสมที่ผู้ประกันตนและนายจ้างจ่ายสมทบในกรณีชราภาพ พร้อมผลตอบแทนตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดไว้

 

 

  • ผู้ประกันตนเสียชีวิต

ในกรณีที่ผู้ประกันตนที่มีสิทธิ์ได้รับเงินบำเหน็จบำนาญเสียชีวิตก่อนจะได้รับเงินชราภาพ กองทุนชราภาพจะจ่ายเป็นเงินบำเหน็จชราภาพให้แก่ทายาทของผู้ประกันตน

 

แต่หากผู้ประกันตนที่มีสิทธ์ได้รับเงินบำเหน็จบำนาญเสียชีวิต ภายใน 60 เดือน หลังจากมีสิทธิ์รับเงินบำนาญชราภาพ กองทุนชราภาพจะจ่ายเงินบำเหน็จให้ในจำนวน 12 เท่า ของเงินบำนาญชราภาพรายเดือน (ที่ผู้ประกันตนได้รับ) ให้แก่ทายาทของผู้ประกันตน

 

 


กองทุนชราภาพ

ระยะเวลาในการยื่นคำขอรับผลประโยน์ทดแทน

 

 

หากคุณเป็นผู้ประกันตนที่ได้รับสิทธิ์จากกองทุนชราภาพ ผู้ประกันตนจะต้องยื่นคำขอรับผลประโยชน์ทดแทนภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่มีสิทธิ์ขอรับผลประโยชน์ทดแทน

 

ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ก็สามารถรับผลประโยชน์จากกองทุนชราภาพด้วย

 

 

แม้ว่ากองทุนชราภาพส่วนใหญ่จะเป็นผลพลอยได้มาจากการที่ผู้ประกันตนและนายจ้างจ่ายเงินสมทบทุนเข้ากองทุนชราภาพไม่ต่ำกว่า 180 เดือน แต่ในกรณีที่ผู้ประกันตนลาออกจากงาน แต่มีการส่งเงินสมทบประกันสังคมอย่างต่อเนื่องด้วยตัวเอง (เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39) ก็จะได้รับเงินออมในส่วนของกองทุนชราภาพด้วยค่ะ

 

 

โดย ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ที่จ่ายเงินสมทบเองเดือนละ 432 บาท ก็จะได้รับความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์  6 กรณี  ( รวมการเจ็บป่วยและชราภาพ ) ซึ่งการออมเงิน 432 บาท จะถูกแบ่งเข้ากองทุนชราภาพ  288 บาทนั่นเองค่ะ

 

 

ทั้งหมดคือผลประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากกองทุนชราภาพ หรือการทำประกันสังคม ซึ่งสามารถมั่นใจได้แน่นอนว่า ค่าเบี้ยประกันสังคมที่เราจ่ายกันอยู่ทุกเดือนนั้น มีประโยชน์มากกว่าที่คิด

 

แต่หากคนทำงานคนไหนที่รู้สึกว่า ประกันสังคมยังไม่สามารถตอบดจทย์ความคุ้มครองที่คุณต้องการได้ ลองมองหา ประกันสุขภาพหรือประกันชีวิตอื่นๆเพิ่มเติมก็ไม่ใช่เรื่องผิดนะคะ 


avatar
by HamsterB

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon