เข้าสู่เว็บไซต์>
พยายามเก็บเงินในขณะที่เงินเดือนคุณยังน้อย เพราะเมื่อไหร่ที่คุณได้เงินมากขึ้นคุณจะเก็บมันไม่อยู่หรอก - Jack Benny

Segwit2x การ Fork ครั้งใหม่ของ บิทคอยน์(Bitcoin)

posted: 2 weeks ago
Segwit2x การ Fork ครั้งใหม่ของ บิทคอยน์(Bitcoin)

comments

ในยุคนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก บิทคอยน์ (Bitcoin) สกุลเงินดิจิตอล (Cryptocurrency) อันโด่งดัง ที่มีผู้ใช้งานมากถึง 14 ล้านคนทั่วโลก การทำงานของบิทคอยน์นั้นก็เหมือนสกุลเงินสกุลหนึ่งในโลกของความจริง ที่ผู้ใช้งานสามารถใช้เงินบิทคอนย์ในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการในโลกออนไลน์ได้อย่างง่ายได้


 

บิทคอยน์-(Bitcoin)

ในวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้มีกระแสข่าวถึง การแยกตัว (Hard Fork) ของบิทคอยน์ โดยนักขุดของบิทคอยน์ (miner) ส่วนหนึ่งจะปล่อยซอฟต์แวร์ใหม่ ในชื่อของ Segwit2x ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการใช้งานบิทคอยน์ขึ้น

**Fork เป็นภาษาทางด้านการเขียนโปรแกรม หมายถึง การแยกตัวออกไปสร้างระบบใหม่ที่ไม่สามารถทำงานร่วมกับระบบเก่าได้ เหมือนกับส้อมที่แยกออกเป็นซีกๆ


Segwit2x คืออะไร

Segwit2x เป็นชื่อเรียกของซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบิทคอยน์ ซึ่งในวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ ผู้ใช้งานบิทคอยน์จะสามารถอัพเกรดโปรแกรมบิทคอยน์ของตัวเอง โดยการติดตั้ง Segwit2x เข้าไปได้ โดย Segwit2x นั้นจะอัพเกรดการทำงานของบิทคอยน์ ซึ่งประกอบไปด้วย

  • การนำโค้ด Segragated Witness (SegWit) มาใช้

โดย SegWit นั้นมีความสามารถในการบีบอัดข้อมูลของ Transaction หนึ่งให้เล็กลงได้ ทำให้พื้นที่ใน Block สามารถเก็บข้อมูลได้มากขึ้น ส่งผลให้การโอนหรือทำธุรกรรมต่างๆรวดเร็วขึ้นนั่นเอง

จาก 1 MB เป็น 2 MB ทำให้สามารถรองรับการทำธุรกรรมออนไลน์ได้มากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงทั้ง 2 อย่างนี้ เชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาของระบบการทำงานของบิทคอยน์ที่มีความล่าช้าในการยืนยันธุรกรรมทางการเงิน และช่วยทำให้บิทคอยน์รองรับผู้ใช้งานได้มากขึ้นในอนาคตด้วย


ธุรกรรมบิทคอยน์

 

มีใครที่เห็นด้วยกับ Segwit2x บ้าง?

แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆก็แล้วแต่ย่อมมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพราะการอัพเกรด Segwit2x นั้นถึงจะมีข้อดีในเรื่องที่จะสามารถรองรับการทำธุรกรรมได้ในปริมาณมากขึ้น แต่มันก็ยังมีส่วนที่ผู้ใช้บิทคอยน์หลายๆคนเป็นกังวล เช่น

  • การเพิ่มขนาดของ Blockchain

จะส่งผลให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะสามารถขุดหรือทำธุรกรรมบิทคอยน์ได้จะต้องมีความแรงของเครื่องที่สามารถรองรับการประมวลผลที่มากขึ้นได้ ทำให้ในอนาคตเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่แรงพออาจจะไม่สามารถทำธุรกรรมจากบิทคอยน์ได้ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนจากระบบ Decentralized ไปเป็นระบบ Centralized ในที่สุด



  • SegWit

SegWit เป็นซอฟแวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อ ลดปัญหาความอ่อนไหวทางธุรกรรม(Transaction Malleability) เพราะ SegWit จะปรับระบบการประมวลผลทำให้ข้อมูลมีขนาดเล็กลงมาก และยังช่วยแก้ไขปัญหาการประมวลผลที่ช้าของบิทคอยน์ได้

แต่มันก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้นเท่านั้น เพราะ เมื่อมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นในอนาคต ถึงแม้ Blockchain จะใหญ่ขึ้น แต่มันก็จะเต็มและกลับมาช้าเหมือนเดิมอยู่ดี

 

เหรียญบิทคอยน์

ใครสนับสนุน Segwit2x บ้าง?

  • Bitcoin Pool ชื่อดังขนาดใหญ่หลายๆเจ้า
  • บริษัทสตาร์ทอัพ อย่าง Coinbase, BitPay และ Blockchain
  • นักพัฒนาที่มีชื่อเสียงหลายๆคน รวมทั้งอดีตผู้ดูแล Bitcoin Core เช่น Gavin Andresen

โดยสาเหตุที่สนับสนุนนั้นเพราะ ระบบการทำงานที่ช้าของบิทคอยน์ทำให้เงินคริปโตเคอเรนซีสกุลอื่นๆมีอำนาจมากขึ้น และพวกเขาเชื่อว่า บิทคอยน์ควรเป็นเงินดิจิตอลที่มีอำนาจจนสามารถแข่งกับสกุลเงินดอลลาร์ (USD) หรือสกุลเงินอื่นๆได้ในอนาคต

 

ใครที่คัดค้าน Segwit2x ?

  • บริษัทบางบริษัท (มีทั้ง Bitrated และ Bitonic)
  • ผู้รัน node และผู้ใช้ Bitcoin ส่วนใหญ่
  • ทีมนักพัฒนา Bitcoin Core เกือบทุกคนที่มีหน้าที่ในการจัดการและดูแลซอฟต์แวร์

ลิสรายชื่อผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน Segwit2x

โดยเหตุผลก็เพราะว่า การอัพเกรด Segwit2x นั้น มีความเสี่ยงที่จะเปลี่ยนระบบการทำงานของบิทคอยน์จาก Decentralized ไปเป็นระบบ Centralized ซึ่งมันก็จะไม่แตกต่างระบบการทำงานของธนาคารในปัจจุบัน

จุดเด่นของบิทคอยน์ คือ การที่ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมได้โดยปราศจากคนกลาง ซึ่งการอัพเกรดนี้ก็อาจจะทำให้บิทคอยน์เสียข้อได้เปรียบตรงจุดนี้ไปได้


บิทคอยน์ (Bitcoin)

Segwit2x จะส่งผลอะไรบ้าง

เมื่อมีการเปิดอัพเกรด Segwit2x ในวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ขึ้นมาก็อาจจะมีผลกระทบต่อผู้ใช้บิทคอยน์ใน 3 ลักษณะ คือ

  • กฏการใช้บิทคอยน์เปลี่ยนไป

ถ้ามีนักขุดหันมาอัพเกรด Segwit2x มากขึ้น Blockchain ของ Segwit2x จะกลายเป็น Blockchain ที่มีอำนาจมากกว่าและทำให้ผู้ใช้บิทคอยน์ต้องยึดกฏของ Segwit2xเป็นหลักแทนกฏของบิทคอยน์หลัก

  • บิทคอยน์แยกเป็น 2 อัน

หากมีนักขุดแค่บางส่วนหันมาอัพเกรด Segwit2x จะทำให้บิทคอยน์ถูกแยกเป็น 2 สกุลเงิน (BTC) ที่มี Blockchain แยกกัน และบิทคอยน์ของแต่ละ Blockchain ก็ไม่สามารถใช้ด้วยกันได้ ทำให้ผู้ใช้งานอาจจะต้องเลือกใช้อันใดอันหนึ่ง หรือใช้ทั้ง 2 Blockchain

  • กฏของบิทคอยน์ไม่เปลี่ยนไป

ถ้าไม่มีนักขุดหันมาใช้ Segwit2x เลย บิทคอยน์ก็จะยังคงใช้กฏแบบเดิม

โดยความเป็นไปได้ในข้อ 2 นั้นมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นมากที่สุด นอกจากนั้นการอัพเกรด Segwit2x อาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดเหรียญคริปโตเหมือนคราวที่มี การแยกของ Bitcoin cash เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยสามารถคาดการณ์ไปได้ 2 ทิศทาง คือ

  • ราคาบิทคอยน์จะเพิ่มขึ้น
  • ราคาเหรียญในตลาดคริปโตร่วงลง เนื่องจากคนหันไปใช้ Segwit2x มากขึ้น

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องมารอดูกันว่าเมื่อมีการเปิดให้อัพเกรด Segwit2x แล้วผู้ใช้งานบิทคอยน์และ Pool ขุดต่างๆจะตอบสนองไปในทิศทางไหนมากกว่ากัน

การเปิดให้ผู้ใช้งานอัพเกรด Segwit2x นั้นจะเกิดขึ้นเมื่อบิทคอยน์นั้นได้ถูกขุดไปถึงบิทคอยน์บล็อกที่ 494,784 หรือ ประมาณวันที่   16 พฤษจิกายน ที่จะถึงนี้

ราก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลต่อการใช้งานบิทคอยน์และตลาดเงินดิจิตอลอย่างไรต่อไป


avatar
by Pigzzazz

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon