แบงก์ชาติคุมเข้มบัตรเครดิต ลดหนี้วัยทำงาน

posted: 1 week ago
2,694 views
แบงก์ชาติคุมเข้มบัตรเครดิต ลดหนี้วัยทำงาน

comments

บัตรเครดิตคือดาบสองคมที่ส่งเสริมและทำร้ายผู้ใช้งานไปพร้อมๆ กัน ถ้าหัวใสสักหน่อย ก็จะนำคะแนนสะสมที่ได้จากการใช้บัตรเครดิต (ไม่ว่าจะ รูดบัตรเครดิตในประเทศ หรือ รูดบัตรเครดิตนอกประเทศ ) ไปแลกของสมนาคุณตามคะแนน หรือแลกไมล์เที่ยวบินสำหรับนักเดินทางเพื่อลดค่าใช้จ่ายออกไป

แต่บางคนสมัครบัตรเครดิตออนไลน์ไปงั้นๆ มีไว้รูดของที่อยากได้ ถ้ามีโปรโมชั่น 0% ก็จ่ายตามเดือนที่ถูกกำหนดเอาไว้ หรือไม่ก็ต้อง จ่ายเงินขั้นต่ำไปก่อน แล้วค่อยๆ โปะหนี้ไปเรื่อยๆ แต่ข้อเสียคือ พอไม่มีเงินก็โร่ไป สมัครบัตรเครดิตออนไลน์ อีกใบมาโปะ กลายเป็นว่ามีหนี้ติดตัวซะมากกว่าเดิม 


สมัครบัตรเครดิตออนไลน์ กับนิสัยการใช้

ขนาดรถยนต์ยังมีหลากหลายยี่ห้อให้เลือกใช้ตามความชอบใจ บัตรเครดิตเองก็ไม่น้อยหน้าเหมือนกัน ใช่ว่า คนชอบเที่ยวต่างประเทศ จะถือบัตรชนิดเดียวกับนักช็อปตัวยง เพราะความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สถาบันการเงินเลยจำแนกบัตรออกเป็นหลายชนิดๆ เพื่อตรงความต้องการ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้พอสังเขปดังนี้

  • เก็บคะแนนสะสม
  • เครดิตเงินคืน
  • สะสมไมล์
  • ช็อปปิ้ง

สิ่งสำคัญ ก่อนไปสมัครบัตรเครดิตออนไลน์ หรือสมัครกับสถาบันการเงิน ต้องเช็กตัวเองก่อนว่า ต้องการนำบัตรไปใช้อะไรกันแน่ และเรามีรายได้ต่อเดือนเท่าไหร่ เพื่อจะได้นำมาเปรียบเทียบข้อมูลของบัตรแต่ละใบ ซึ่ง rabbit finance ก็มีบัตรเครดิตให้เลือกใช้มากมายตามไลฟ์สไตล์ของเราเลย

  • ถ้าเราเป็นหนึ่งในนักเดินทาง (ด้วยเครื่องบิน) บัตรเครดิตสะสมไมล์ น่าจะตอบโจทย์ที่ดีที่สุด เพราะเราจะนำคะแนนที่ใช้ในแต่ละครั้งไปแลกตั๋วเครื่องบินแบบฟรีๆ ยิ่งใช้ครั้งต่อไปก็เท่ากับสะสมไมล์ไปเรื่อยๆ

 


มาตรการบัตรเครดิต สมัครบัตรเครดิตออนไลน์

 

  • แต่ใช้บัตรเครดิตบ่อยๆ ก็ต้องเลือกว่าจะเก็บคะแนนสะสมจากบัตรเครดิต หรือชอบเครดิตเงินคืน (Cash back) มากกว่ากัน เพราะบัตรทั้งสองชนิดยิ่งใช้ก็ยิ่งได้คืนมา ซึ่งจะได้เป็นคะแนนสะสม หรือได้เป็นเครดิตเงินคืนก็อยู่ที่ความชอบใจของใครของมันเลย
  • หากเป็นสายช็อปตัวยงก็คงต้องใช้บัตรเครดิตเพื่อการช็อปปิ้ง เพราะมันจะได้ทั้งส่วนลดกี่เปอร์เซ็นต์ก็ว่ากันไป ซึ่งยิ่งถ้าใช้บัตรเครดิตในห้างสรรพสินค้าที่เข้าร่วมด้วย ก็คงจะได้รับส่วนลดเพิ่มไปอีก

ถ้าใช้บัตรเครดิตเป็น หรือคิดสักนิดก่อนใช้ ก็จะรู้ว่าบัตรเครดิตมีสิทธิประโยชน์มากมายให้ใช้ ซึ่งบริษัทต่างๆ หรือสถาบันการเงินที่ให้บริการสมัครบัตรเครดิตออนไลน์ต่างก็ชักชวนให้วัยทำงาน (หรือใครก็ตามที่อยากได้อยู่แล้ว) มาทำบัตร  ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตรการใหม่เกี่ยวกับบัตรเครดิตแล้วเหมือนกัน 


มาตรการควบคุมบัตรเครดิตใหม่ จาก ธนาคารแห่งประเทศไทย

เมื่อมนุษย์เงินเดือน 15,000 บาท ก็มีบัตรเครดิตได้ ทำให้คนในสังคมไทยเริ่มหันมาใช้บัตรเครดิต หรือสมัครบัตรเครดิตออนไลน์กันมากขึ้น เช่น ซื้อเสื้อผ้า ตั๋วเครื่องบิน หรือซื้อของออนไลน์ที่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวลงเว็บไซต์ ซึ่งต้องกรอกรหัส CVV เพื่อยืนยันตัวตน หรือผูกบัตรบัตรเครดิตกับ App Store หรือ Google Store เพื่อซื้อแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน บัตรเครดิตเลยเป็นที่นิยมมากกว่าเดิม แต่เมื่อได้มาง่าย ก็เป็นหนี้กันง่าย

ซึ่งการก่อตั้งชมรมหนี้บัตรเครดิต หรือคลินิกแก้หนี้ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่พยายามช่วยให้คนไทยหมดหนี้จากบัตรเครดิตไปได้บ้างแล้ว แต่ส่วนหนึ่งที่ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเล็งเห็นว่าคนไทยยังคงเป็นหนี้บัตรเครดิตกันอยู่คือ การเก็บตัวเลขหนี้ของแบงก์ชาติ ที่พบว่า ตัวเลขหนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นทุกปีโดยการใช้บัตรเครดิต และ กลุ่มที่เป็นหนี้เยอะที่สุดคือกลุ่มวัยทำงาน

ดังนั้น มาตรการควบคุมบัตรเครดิตที่ประกาศโดยธนาคารแห่งประเทศไทย มีเพื่อกำหนดวงเงินบัตรเครดิตที่จะได้รับ ดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ต้องจ่าย วงเงินสินเชื่อส่วนบุคคล ว่าสถาบันการเงินต่างๆ ปล่อยวงเงินได้เท่าไหร่ โดยมาตรการควบคุมบัตรเครดิตของแบงก์ชาติมีดังนี้


มาตรการบัตรเครดิต สมัครบัตรเครดิตออนไลน์

มาตรการสินเชื่อบัตรเครดิต

ไม่ว่าจะสมัครบัตรเครดิตออนไลน์กับที่ไหน สถาบันทางการเงินก็ต้องทำตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดมาให้เพื่อลดเพดานการเป็นหนี้ของคนไทยลง สำหรับบัตรเครดิตมีอยู่ด้วยกัน 2 มาตรการ คือ

  • วงเงินบัตรเครดิต

วงเงินบัตรเครดิตจะได้เยอะหรือน้อยขึ้นอยู่กับฐานเงินเดือนของผู้สมัครบัตรเครดิต ก่อนที่จะมีมาตรการจากแบงก์ชาติออกมาถ้าเงินเดือนขั้นต่ำอยู่ที่ 15,000 บาท จะได้วงเงินไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ แต่สิ่งที่ปรับใหม่ คือ

  1. รายได้ไม่เกิน 30,000 บาท จะได้วงเงินไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้
  2. รายได้เกิน 30,000 บาท แต่ไม่ถึง 50,000 บาท วงเงินไม่เกิน 3 เท่าของรายได้
  3. รายได้เกิน 50,000 บาท ได้วงเงินไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ทั้งหมด

คุณสามารถของเพิ่มวงเงินชั่วคราวได้หากต้องใช้ยามฉุกเฉิน (แต่ต้องขอตามความสามารถในการชดใช้หนี้ ไม่อย่างนั้นต้องเป็นหนี้หัวโตแน่ๆ)​ ซึ่งเกณฑ์ในข้อนี้จะมีผลกับผู้ใช้งานใหม่เท่านั้น

  • ดอกเบี้ยบัตรเครดิต

เนื่องจากต้นทุนของผู้ประกอบการลดลง และเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบัน จากเดิมที่คิดดอกเบี้ยบัตรเครดิตจาก 20% จะลดลงเหลือ 18% ไม่ว่าคุณจะสมัครบัตรเครดิตออนไลน์เมื่อปลายปีที่แล้ว หรือกำลังคิดจะสมัครเร็วๆ นี้ ก็สามารถใช้มาตรการนี้ได้ ข้อนี้ผู้ถือบัตรเครดติทุกคนได้รับผลประโยชน์ไปเต็มๆ

  • มาตรการสินเชื่อส่วนบุคคล

ใช่ว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกันจะไม่โดน เช่น บัตรกดเงินสด จากเดิมที่ไม่กำหนดเงินเดือนขั้นต่ำ และวงเงินที่ได้จะอยู่สูงสุดที่ 5 เท่าของรายได้ แต่ต่อจากนี้ไป ต้องใช้เกณฑ์ดังนี้

  1. รายได้น้อยกว่า 30,000 บาท อนุมัติไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้

  2. หากรายได้มากกว่า 30,000 บาท ได้วงเงินไม่เกิน 5 เท่าของรายได้


มาตรการบัตรเครดิต สมัครบัตรเครดิตออนไลน์


นอกจากนี้ ผู้ถือบัตรกดเงินสดสามารถของวงเงินได้ไม่เกิน 5 เท่าของผู้ให้บริการแต่ละราย และมาตรการนี้ใช้กับลูกค้าใหม่เท่านั้น ขอย้ำอีกครั้งว่ามาตรการควบคุมสินเชื่อส่วนบังคับใช้กับ บุคคลที่ไม่มีหลักประกัน และมีผลกับ บัตรกดเงินสด เท่านั้น ไม่รวมถึงสินเชื่ออื่นๆ เช่น สินเชื่อเพื่อการศึกษา สินเชื่อเพื่ออากรเดินทางไปทำงานต่างประเทศ และสินเชื่อเพื่อสวัสดิการพนักงาน

อ่านถึงตรงนี้ บางคนอาจจะสงสัยว่าการมี มาตรการคุ้มเข้มเรื่องบัตรเครดิตจากแบงก์ชาติ จะช่วยให้ทุกคนเป็นหนี้น้อยลงตรงไหน คำตอบก็คือ เมื่อทุกคนเข้าถึงบัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสดได้ง่าย (ยิ่งสมัครบัตรเครดติออนไลน์ได้ก็ง่ายขึ้นไปอีก) แถมบัตรพวกนี้มีไว้เพื่อบริโภคไม่ใช่สินเชื่อเพื่อธุรกิจ

การใช้เลยไม่สร้างเม็ดเงิน กลายเป็นการสร้างหนี้ไม่รู้ตัว เกณฑ์ที่แบงก์ชาติกำหนดให้ใช้ก็ไม่กระทบกับสถาบันการเงินเท่าไหร่นัก แต่คนที่หนักใจน่าจะเป็นเรามากกว่า ถ้าไม่รู้จักควบคุมตัวเอง ต่อให้ลดดอกเบี้ยบัตรเครดิต หรือลดวงเงิน แต่ถ้าใช้ฟุ่มเฟือยก็เป็นหนี้กองโตได้เหมือนเดิม


avatar
by 9 Tails

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon