เข้าสู่เว็บไซต์>
พยายามเก็บเงินในขณะที่เงินเดือนคุณยังน้อย เพราะเมื่อไหร่ที่คุณได้เงินมากขึ้นคุณจะเก็บมันไม่อยู่หรอก - Jack Benny

ค่ายรถยนต์ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

posted: 5 months ago
ค่ายรถยนต์ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

comments

การที่ค่ายรถยนต์สักค่ายจะก้าวขึ้นมาสู่แถวหน้าของโลกได้นั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องใช้เวลาอย่างยาวนานในการได้รับการยอมรับจากระดับโลก เราจะเห็นได้จากในแต่ละปีจะมีการจัดอันดับหรือมอบรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมอยู่เป็นประจำทุกปีในหลายรายการ

 

ไฟแนนซ์ บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการประเมินมูลค่าชั้นนำ จึงได้รวบรวมข้อมูลและประมวลผลเพื่อหาค่ายรถทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ประจำปี 2017 ซึ่งสุดท้ายแล้วค่ายรถยนต์ไหนจะเป็นค่ายรถที่มีอิทธิพลที่สุดในโลก ไปติดตามได้เลย

 


TOYOTA

ภาพโดย www.wallpapercave.com

 

ปาดหน้าแบรนด์รถยนต์หรูหลายแบรนด์เข้าป้ายเป็น ค่ายรถที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ประจำปี 2017  ไปได้อย่างสวยงามถึงแม้ในปีที่ผ่านมาจะเสียแชมป์ยอดขายอันดับ 1 ไปแต่ก็ไมไ่ด้ทำให้ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากแดนซามูไรต้องหวั่นไหวเมื่อยังคงเดินหน้าขายรถยนต์ได้ทั่วโลกอย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยล่าสุด ณ วันที่ประเมินของไฟแนนซ์ โตโยต้ามีส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 32% ทำให้มูลค่าแบรนด์ของโตโยต้าพุ่งขึ้นสูงถึงระดับ 46,300 ล้านดอลลาร์ เลยทีเดียว

 


BMW

 

ภาพโดย: www.hdwallpaper.nu

 

เสียรางวัดไปเล็กน้อยเมื่อค่ายรถยักษ์ใหญ่จากเมืองเบียร์ต้องกลายมาเป็นอันดับ 2 ในการจัดอันดับค่ายรถทรงอิทธิพลของโลก ถึงแม้จะไม่ได้เป็นอันดับ 1 แต่ดูตัวเลขมูลค่าแบรนด์ของทางค่ายแล้วก็น่าจะยังพอทำให้ชื่นหัวใจได้บ้างเมื่อมูลค่าแบรนด์ล่าสุด ณ วันประเมินจากไฟแนนซ์ของ BMW อยู่ที่ 37,100 ล้านบาท

 


MERCEDES-BENZ

 

ภาพโดย: www.hdwallpaper.nu

 

อีก 1 ค่ายรถหรูของเยอรมันยังคงเกาะอันดับ 3 ไว้อย่างเหนียวแน่นโดยมีมูลค่าแบรนด์เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 32,000 ล้านดอลลาห์มาอยู่ที่ 35,500 ดอลลาร์ในปีนี้ โดยช่องว่างที่แคบลงของค่ายรถยักษ์ใหญ่เยอรมัน ถือว่าเป็นสิ่งที่ทั่วโลกจับตามองมาตลอดว่าในอนาคตอันใกล้นี้อาจมีอันดับผลิกหรือไม่ซึ่งเมื่อดูจากการจัดอันดับในครั้งนี้ก็ต้องบอกว่าโอกาสของ Benz ในการก้าวข้าม BMW คงไม่ไกลเกินฝันอีกต่อไป

 


Volkswagen

 

 

แชมป์ยอดขายรถอันดับ 1 ปีล่าสุดจากเมืองเบียร์เข้าปายมาในอันดับ 4 แม้ที่ผ่านมาจะมีเรื่องราวไม่ค่อยสู้ดีอย่างกรณีโกงการทดสอบวัดมลพิษจนทำให้ทั่วโลกกร่นด่ากันเป็นแถวแต่ดูจากการเป็นแชมป์ยอดขายรถที่ปาดหน้าแชมป์เก่าอย่างโตโยต้าได้ก็คงทำให้เห็นว่า โฟลคสวาเก้น นั้นไมไ่ด้รับผลกระทบจากคดีที่เกิดขึ้นซักเท่าไร โดย ณ วันประเมินของไฟแนนซ์ โฟลคสวาเก้นมีมูลค่าแบรนด์ที่เพิม่ขึ้นจากเดิม 32% อยู่ที่ 25,000 ดอลลาร์จากเดิมปีที่แล้วนั้นมีมูลค่าแบรนด์อยู่ที่ 18,900 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

 


NISSAN

 

ภาพโดย: www.yibada.com

 

ถึงแม้จะเข้าป้ายในอันดับที่ 5 แต่เมื่อเทียบจากปีที่แล้วที่อยู่ที่ 7 ก็ถือว่านิสสันมีการพัฒนาแบรนด์ของตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้มูลค่าแบรนด์ของนิสสันเพิ่มขึ้นจากเดิม 17,800 ล้านดอลลาร์เป็น 24,800 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ ซึ่งในอนาคตข้างหน้านิสสันคงเร่งพัฒนาและปรับปรุงจุดอ่อนต่างๆเพื่อพัฒนาค่ายของตนเองให้ก้าวหน้าและขึ้นไปเบียดกับค่ายรถแถวหน้าของวงการซึ่งต้องมาดูกันว่านิสสันจะสามารถทำภารกิจสุดโหดครั้งนี้ได้หรือไม่

 

ในส่วนของ 5 อันดับค่ายรถทรงอิทธิพลนั้นค่อนข้างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้วมากแต่สิ่งที่เห็นได้จากมูลค่าของแบรนด์ของค่ายที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้รู้สึกว่าอนาคตอันใกล้นี้ตลาดรถยนต์คงเป็นตลาดที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก

 

  • อันดับ 6  FORD มูลค่าแบรนด์ 22,400 ล้านดอลลาร์
  • อันดับ 7 HONDA มูลค่าแบรนด์ 21,300 ล้านดอลลาร์
  • อันดับ 8 AUDI มูลค่าแบรนด์ 12,500 ล้านดอลลาร์
  • อันดับ 9 PORSCHE มูลค่าแบรนด์ 12,400 ล้านดอลลาร์
  • อันดับ 10 CHEVROLET มูลค่าแบรนด์ 11,500 ล้านดอลลาร์

 


 

นอกจากการจัดอันดับแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลระดับโลกแล้วทาง ไฟแนนซ์ ได้มีการจัดอันดับแบรนด์ที่ทรงพลังที่สุดแห่งปี 2017 โดยประเมินจาก พลัง/ความแข็งแกร่ง อิงกับปัจจัยต่างๆ อาทิ การลงทุนทางการตลาด ความคุ้นเคย ความจงรักภักดี ความพึงพอใจของพนักงาน และชื่อเสียงองค์กร มีคะแนนสูงสุดอยู่ที่เกรด AAA+(มีคะแนนประเมิน 90+) ซึ่งแบรนด์รถยนต์ที่ได้รับการประเมินว่าเป็นแบรนด์ทรงพลังที่สุดในโลก 5 อันดับ ประกอบด้วย

 

  • Ferrari (92 คะแนน)
  • Porsche (86 คะแนน)
  • Volkswagen (84.9 คะแนน)
  • Seat (84.9 คะแนน)
  • BMW (84.5 คะแนน)
  • Renault (84.2 คะแนน)
  • Ford (83.8 คะแนน)
  • Toyota (83.1 คะแนน)
  • Rolls-Royce (83 คะแนน)
  • Lamborghini (82.3 คะแนน)

 

ถึงแม้ ณ วันประเมินจะมีเพียงค่ายรถซุปเปอร์คาร์จากอิตาลีเท่านั้นทีไ่ด้คะแนนในระดับ AAA+ แต่เมื่อลองดูจากคะแนนของอันดับ 2-10 ก็จะเห็นได้ว่าหลายค่ายก็มีคะแนนที่จะใกล้เข้าสู่ระดับ AAA+ เหมือนกันโดยเราต้องมาติดตามดูกันต่อไปว่าสุดท้ายแล้วค่ายต่างๆจะงัดกลยุทธหรือปรับวิธีแบบไหนออกมาเพื่อให้สามารถโดดขึ้นไปในระดับ AAA+ ได้บ้าง

 

ซึ่งสุดท้ายไม่ว่าแต่ละค่ายจะใช้วิธีแบบไหนแต่ผลประโยชน์ก็ตกสู่ผู้บริโภคอย่างเราแน่นอนเพราะการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้งของเหล่าค่ายรถก็ยิ่งส่งผลให้เราได้ใช้รถยนต์ที่มีประสิทธิภาพ มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้นไปด้วยนั่นเอง


avatar
by Suma9mek

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon