เข้าสู่เว็บไซต์>
คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นโอกาส เพียงเพราะมันใส่ชุดเอี้ยมและหน้าตาเหมือนงาน — Thomas Edison

เลือกซื้อหลอดไฟยังไง ให้บ้านสว่างใสปิ๊ง?

posted: 3 weeks ago
เลือกซื้อหลอดไฟยังไง ให้บ้านสว่างใสปิ๊ง?

comments

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ค่ะว่าแสงสว่างคือสิ่งหนึ่งที่จำเป็นนอกเหนือไปจากปัจจัย 4 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมืองตามบ้านพักอาศัยทั่วไป คอนโดมิเนียม หรือสถานที่ต่างๆ จำเป็นต้องใช้แสงสว่างจากหลอดไฟ ด้วยกันทั้งนั้น

เพราะนอกจากจะช่วยสร้างความปลอดภัยในชีวิตแล้ว อีกนัยหนึ่งแสงสว่างจากหลอดไฟยังช่วยให้บ้านของคุณดูสวยงาม ช่วยในการตกแต่งบ้านให้น่าอยู่อีกด้วย วันนี้ rabbit finance จึงไม่รอช้า ขอแชร์เคล็ดไม่ลับคู่บ้าน “เลือกซื้อหลอดไฟยังไง ให้บ้านสว่างกระจ่างใสปิ๊ง” มาฝากค่ะ


เลือกซื้อหลอดไฟ

ทำความรู้จักหลอดไฟก่อนเลือกซื้อ

 

1. หลอดไส้ (Incandescent)

หลอดไฟมาตรฐานรุ่นแรกๆ สมัยก่อนนิยมใช้กับงานให้แสงสว่างในบ้าน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยนิยมสักเท่าไหร่เพราะกินไฟ เปิดใช้ไม่นานหลอดร้อน อายุการใช้งานสั้น มีหลายขนาด 3, 25, 40,100 วัตต์ ใช้คู่กับขั้วชนิด E14 หรือ E27

ข้อดี :

เวลาส่องกับวัตถุต่างๆ แล้วสีของวัตถุจะไม่เพี้ยน ทำให้ร้านค้าแบรนด์เนมชอบใช้กัน

2. หลอดฮาโลเจน  (Halogen)

มีการทำงานคล้ายกับหลอดไส้ คือ กระแสไฟจะไหลผ่านไส้หลอดที่ทำจากทังสเตน จนไส้ร้อนแล้วเปล่งแสงออกมา แต่ภายในจะบรรจุก๊าซไอโอดีน คลอรีน ฯลฯ ซึ่งก๊าซพวกนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานหลอดได้นานกว่าหลอดไส้ โดยหลอดฮาโลเจนนั้นมี 2 กลุ่ม คือ ฮาโลเจนแรงดันต่ำ และฮาโลเจนแรงดันสูง

ข้อดี :

เหมาะกับการตกแต่งเน้นให้วัตถุดูโดดเด่น สร้างแสงเงา เน้นวัตถุให้ดูโดดเด่น เช่น ภาพวาด ภาพถ่าย อัญมณี เครื่องประดับ ฯลฯ เป็นต้น

3. หลอดฟลูออเรสเซนต์ (Fluorescent)

นิยมใช้ทั่วไปภายในและภายนอกบ้าน เพราะไม่ทำให้อากาศในบ้านร้อน ส่วนใหญ่ใช้เวลา 2-3 วินาที หลอดจึงจะติด ยกเว้นว่านั่นคือหลอดชนิดติดเร็ว นอกจากนี้ยังต้องใช้สตาร์ทเตอร์ และบัลลาสท์ ต่อพ่วงเพิ่มด้วย

ข้อดี :

แสงไม่จ้าจนเกินไป อายุการใช้งานยาวนานกว่าหลอดไส้กับหลอดฮาโลเจน

 

4. หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ (compact fluorescent)

หลอดไฟที่พัฒนาขึ้นมาแทนหลอดไส้ เพื่อให้กินไฟน้อยลง ขนาดเล็กลง แต่กำลังส่องสว่างสูงขึ้น มีทั้งหลอดตะเกียบ หลอดเกลียว หลอดทอร์นาโด หลอดไส้ แต่กินไฟน้อยกว่าหลอดชนิดอื่นๆ

ข้อดี :

สามารถใช้แทนหลอดไส้ได้เลยทันทีถ้าจำนวนวัตต์เท่ากันหรือน้อยกว่า นิยมใช้ในบ้านพักอาศัย หรือบริเวณที่ต้องเปิดไฟทิ้งไว้นานๆ นอกจากนี้อายุการใช้งานหลอดจะยาวนานกว่าหลอดไส้ถึง 8 เท่า และยาวนานกว่าหลอดนีออน 4 เท่า

5. หลอด LED  (Light emiting diodes)

หลอดไฟขนาดเล็ก แต่ให้แสงสว่างสู้กับหลอดรุ่นอื่นๆ ได้  หลักการทำงานของหลอด LED ต่างจากหลอดไส้  นั่นก็คือเป็นหลอดไม่มีไส้

ข้อดี :

เพราะเป็นหลอดไฟไม่มีไส้ ทำให้ไม่มีการเผาไส้หลอด จนเกิดการแผ่ความร้อน นอกจากนี้อายุการใช้งานของหลอดยังยาวนานขึ้นอีกด้วย



เลือกซื้อหลอดไฟ

วิธีประหยัดไฟฟ้าด้วยการเลือกหลอดไฟ

 

  • เลือกจากอายุการใช้งาน

จะเปลี่ยนหลอดไฟทั้งที คาดว่าคุณผู้อ่านก็อยากจะให้มันมีอายุการใช้งานที่นานๆ หน่อย ดังนั้นหลอดไฟ LED จึงเหมาะที่สุด เพราะเป็นหลอดไฟที่ใช้งานได้ดี กินไฟน้อย มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าหลอดไฟชนิด

  • เลือกจากค่าความถูกต้องของสี

ค่าความถูกต้องของสี หรือ CRI เป็นค่าวัดความถูกต้องของแสงสว่าง มีค่าตั้งแต่ 0-100 หลอดไฟที่ดีควรให้แสงที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติหรือแสงอาทิตย์ เพราะไม่ทำให้การรับรู้ผิดพลาด ค่าความถูกต้องของสีหรือค่า CRI ควรอยู่ในระดับ 70-90 เพราะให้สีใกล้เคียงกับธรรมชาติและสมจริงมากที่สุด

  • เลือกระดับความสว่างให้เหมาะกับพื้นที่

การตกแต่งแสงไฟภายในบ้านนั้น แต่ละมุมจะต้องการบรรยากาศที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นคุณต้องรู้ให้แน่ชัดก่อนว่า พื้นที่ไหนเหมาะสมและต้องการระดับความสว่างแบบใด จะได้ไม่ สิ้นเปลือง แต่ในปัจจุบันหลอดไฟที่มีทั้งแสงที่สบายตาและเห็นได้อย่างชัดเจนก็ได้ถูกผลิตออกมาบ้างแล้ว  

  • เลือกระดับความสว่างให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์

เพราะไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง ทำให้ระดับความสว่างนั้นสำคัญ บางวันเราก็ต้องการอ่านหนังสือใต้แสงไฟที่สว่างสดใส มองเห็นตัวหนังสือชัดเจน แต่บางวันก็อยากสร้างบรรยากาศ ให้ดูนุ่มนวล เปลี่ยนไปตามอารมณ์

ดังนั้น ควรจะเลือกหลอดไฟให้เหมาะกับการใช้ชีวิตมากที่สุด เช่น หลอดไฟที่สามารถปรับความสว่างได้ 3 ระดับในหลอดเดียว หรือหลอดไฟที่สามารถเปลี่ยนโทนสีได้ทั้งแสงขาวและแสงเหลืองได้ในหลอดเดียวกัน

หลอดไฟ LED

  • เลือกที่รูปทรงเหมาะกับการตกแต่ง

รูปทรงของหลอดไฟก็มีผลต่อการใช้งานเช่นเดียวกัน ถ้าพื้นที่นั้นต้องการแสงสว่างที่สม่ำเสมอ คุณควรเลือกหลอดไฟแอลอีดีทรงกลม ที่สามารถกระจายแสงในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง ปราศจากความร้อน และรังสี UV เพราะหลอดไฟแบบนี้ไม่ทำให้เฟอร์นิเจอร์เสียหายก่อนกำหนด

  • เลือกแบบที่หรี่ไฟได้

หากต้องการความสว่างในสไตล์คลาสสิกคุณควรที่จะเลือกหลอดไฟที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถหรี่ไฟได้ เพื่อให้สามารถปรับแสงได้ในระดับที่ต้องการ

  • เลือกจากโทนสี ที่ปรับตามอารมณ์ได้

จะแต่งบ้านทั้งทีก็ต้องเลือกโทนสีหลอดไฟให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งาน การเลือกหลอดไฟที่กินไฟน้อย มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และปรับได้ 2 โทนสีทั้งสีขาวคูลเดย์ ไลท์ หรือสีเหลือง วอร์ม ไวท์ และยังใช้คู่กับสวิทช์ไฟอันเดิมที่บ้านมีอยู่ได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนสวิชต์ให้ยุ่งยากนั้น ดูจะเป็นคำตอบที่เหมาะสมที่สุด

และนี่คือเทคนิคเลือกหลอดไฟดีๆ ที่ rabbit finance คัดสรรมาให้คุณค่ะ การเลือกหลอดไฟก็เหมือนกับการลงทุนอื่นๆ นั่นแหละค่ะ ที่ต้องเลือกให้เหมาะสม จะได้มีเงินเหลือใช้จากค่าไฟ

นอกจากนี้ไม่เพียงแต่คุณจะต้องให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายในบ้านเพียงอย่างเดียว คุณยังต้องให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาบ้านด้วย และ การทำประกันภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ก็คืออีกสิ่งหนึ่งค่ะที่ rabbit finance แนะนำ

เพราะเราไม่สามารถรู้อนาคตได้ “กันไว้ดีกว่าแก้” วลีนี้ยังคงได้ผลอยู่เสมอ!


avatar
by @ Thara

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon