เบี้ยประกันชีวิต แก้ไขอย่างไรเมื่อจ่ายไม่ทัน

posted: 4 weeks ago
1,284 views
เบี้ยประกันชีวิต แก้ไขอย่างไรเมื่อจ่ายไม่ทัน

comments

ปัจจุบันการทำประกันชีวิตเริ่มเป็นที่นิยมกันมากขึ้น แต่ไม่ด้วยว่าจะเต็มใจทำเอง ทำเพราะเห็นใจคนขาย เผลอซื้อประกันกับพนักงานด้วยวิธีการต่างๆ หรือทำเพราะตัดความรำคาญจากพนักงานขาย อย่างไรก็ดีหากเมื่อซื้อแล้วหน้าที่ที่ต้องทำอันดับแรกคือ การจ่ายเบี้ยประกันตามสัญญาที่ผู้ซื้อได้ตกลงในสัญญา เราจะมีวิธีการบริหารเบี้ยประกันในการจ่าย จึงจะเหมาะสมกับการใช้ชีวิตในปัจจุบันมาฝากค่ะ


ค่าเบี้ยประกันชีวิต

 

เรื่องของค่าเบี้ยประกันชีวิต

เบี้ยประกันชีวิต คือ  เงินที่ผู้ซื้อประกันชีวิตจะต้องจ่ายในทุกๆเดือนหรือตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญา หรือในอีกกรณี เบี้ยประกัน ก็คือ เงินเมื่อครบกำหนดสัญญา บริษัทจะจ่ายให้ผู้ซื้อประกัน หากผู้ซื้อประกันเสียชีวิต ระหว่างที่สัญญาประกันชีวิตมีผลบังคับอยู่ บริษัทจะจ่ายเงินทดแทนประกันชีวิตให้กับผู้รับผลประโยชน์

รูปแบบประกันชีวิตที่คุณควรรู้

1.ประกันแบบตลอดชีพ

เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองตลอดชีพ เมื่อผู้ซื้อประกันภัยเสียชีวิตในขณะที่กรมธรรม์มีผลบังคับ บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ให้แก่ผู้รับประโยชน์ หรือ เมื่อถึงกำหนดอายุที่ตกลงกันเอาไว้ ก็จะมีการจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุให้กับผู้ซื้อประกันชีวิตสามารถลดหย่อนภาษีได้

2.ประกันสะสมทรัพย์

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ คือ ประกันชีวิตที่มีส่วนผสมของการคุ้มครองชีวิตและการออมทรัพย์ ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะได้ความคุ้มครองชีวิต และได้รับเงินคืนเมื่อมีชีวิตอยู่ครบกำหนดสัญญา หรือ จ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ผู้รับประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในระยะเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ยังสามารถนำไป ลดหย่อนภาษีปลายปี ได้อีกด้วย

3.ประกันแบบเงินได้ประจำ

เป็นประกันที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมีเงินใช้หลังจากเกษียณอายุ หรือมีอายุครบ 55 ปี หรือ 60 ปี เป็นต้นไป เป็นประกันชีวิตที่ทางบริษัทประกันชีวิตจะมีการจ่ายเงินให้อย่างต่อเนื่อง จนครบเงื่อนไขของสัญญา หากผู้ซื้อประกันภัยมีชีวิตอยู่ในช่วงระยะเวลาที่มีการตกลงกัน แล้วแต่เงื่อนไขในกรมธรรม์ที่กำหนดไว้ สามารถลดหย่อนภาษีได้


จ่ายค่าเบี้ยประกันไม่ไหว

การบริหารเงินจ่ายเบี้ยประกันชีวิต

การจ่ายเงินเบี้ยประกันแน่นอนอยู่แล้วว่านั้นคือหน้าที่หลักของคนซื้อประกันแต่หากเมื่อเกิดปัญหา ผู้ซื้อประกันหมุนเงินไม่ทันไม่มีเงินจ่ายค่าเบี้ยประกัน แล้วจะทำอย่างไรดี  เราจึงมีแนวทางแก้ไขในการบริหารเบี้ยประกันมาฝากทุกคน

  • จ่ายเบี้ยประกันในระยะเวลาผ่อนผัน

เมื่อครบกำหนดวันที่ต้องชำระเบี้ยประกันแม้ผู้ซื้อประกันภัยยังไม่ได้ชำระเบี้ยประกัน กรมธรรม์ก็จะยังไม่สิ้นผลบังคับไป เพราะตามเงื่อนไขกรมธรรม์จะยังมีระยะเวลาผ่อนผัน ซึ่งโดยปกติจะมีระยะเวลา ภายใน 1 เดือน นับแต่วันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย

ดังนั้น หากผู้เอาประกันภัยยังไม่สามารถชำระเบี้ยประกันได้ในวันที่ครบกำหนดชำระเบี้ย จึงยังพอมีเวลาให้การหาเงินจ่ายค่าเบี้ยประกัน แต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจให้ถึงกำหนดชำระ

  • เปลี่ยนงวดการชำระเบี้ยประกัน

สำหรับผู้เอาประกันภัยที่ชำระเบี้ยประกันเป็นรายปี จำนวนเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายในแต่ละงวดจะค่อนข้างสูง ดังนั้น ท่านอาจแบ่งภาระค่าใช้จ่ายให้เหลือจำนวนน้อย โดยอาจจะขอแบ่งออกเป็นรายเดือน ซึ่งจะช่วยให้จำนวนเบี้ยประกันที่จะต้องจ่ายในแต่ละงวดน้อยลง

แต่ก็ต้องทำความเข้าใจว่า การจ่ายค่าเบี้ยประกันรายเดือนจะทำให้ เบี้ยประกันรวมในแต่ละปีจะสูงกว่าการชำระเป็นรายปีเพียงครั้งเดียว เพราะยิ่งแบ่งย่อยมากเท่าไหร่ เบี้ยประกันก็จะถูกบวกเพิ่มมากเท่านั้น

ซื้อประกัน

  • การลดจำนวนเงินเอาประกัน

ในการทำประกันชีวิตนั้นถ้าจำนวนเงินเอาประกันสูง เบี้ยประกันก็จะสูงตามไปด้วย ฉะนั้น เมื่อลดจำนวนเงินประกันลง ค่าเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายก็จะลดลงด้วย แต่ในการลดเงินประกันก็มีเงื่อนไขว่ากรมธรรม์ประกันภัยนั้นต้องไม่มี “หนี้เงินกู้” ถ้าหากมีก็ต้องชำระให้หมดเสียก่อน

  • การเปลี่ยนแบบการประกันชีวิต

บริษัทประกันชีวิตทุกแห่งจะมีแบบประกันชีวิตที่หลากหลายไว้รองรับความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันไป และในแบบประกันที่ต่างกันย่อมทำให้อัตราเบี้ยประกันในแต่ละแบบแตกต่างกันออกไปด้วย ดังนั้น การเปลี่ยนแบบประกันชีวิตที่มีผลประโยชน์ลดลงก็จะช่วยให้เบี้ยประกันที่จะต้องจ่ายลดลง

  •  แปลงกรมธรรม์เป็นกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ

ผู้เอาประกันชีวิตมีสิทธิจะขอเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ ซึ่งจะมีระยะเวลาเอาประกันชีวิตตามเดิม แต่จำนวนเงินประกันชีวิตจะเปลี่ยนเป็นมูลค่าใช้เงินสำเร็จตามที่กำหนดไว้ในตารางมูลค่ากรมธรรม์

ซึ่งผู้เอาประกันภัยไม่ต้องชำระเบี้ยประกันต่อไปและบริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินจำนวนนี้ให้เมื่อครบกำหนดระยะเวลาซื้อประกันหรือเมื่อผู้ซื้อประกันเสียชีวิต

ซื้อประกัน

  • แปลงกรมธรรม์เป็นแบบขยายระยะเวลา

จำนวนเงินประกันภัยคงเดิมแต่ระยะเวลาประกันภัยจะเปลี่ยนไป  การแปลงกรมธรรม์โดยผู้ซื้อประกันภัยไม่ต้องชำระเบี้ยประกันชีวิตต่อไป ซึ่งกรณีที่สามารถขยายระยะเวลาได้ครบกำหนดเดิมและผู้ซื้อประกันชีวิตยังมีชีวิตอยู่จนถึงวันครบกำหนด หากยังมีเงินเหลืออยู่บริษัทประกันชีวิตก็จะคืนเงินดังกล่าวให้แก่ผู้เอาประกันชีวิต

  • กู้ยืมเงินตามกรมธรรม์

ผู้ซื้อประกันชีวิตยังมีสิทธิที่จะขอกู้ยืมเงินจากบริษัทประกันชีวิตได้ แต่ต้องไม่เกินมูลค่าเวนคืนเงินสด ณ วันที่กู้ ซึ่งสัดส่วนในการให้กู้มากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนปีที่ส่งเบี้ยประกันชีวิตและแบบประกัน

ผู้เอาประกันชีวิตสามารถที่จะเลิกสัญญาประกันชีวิตได้ โดยให้ขอเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตและผู้ซื้อประกันชีวิตจะได้รับเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ตามจำนวนที่กำหนดไว้

จากที่กล่าวมาเป็นตัวอย่างการบริหารเบี้ยประกันสำหรับผู้ซื้อประกันซึ่งผู้ซื้อประกันอาจศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันภัย และจัดหาวิธีการบริหารเบี้ยประกันที่ดีกว่า เพื่อเป็นประโยชน์กับตัวผู้ซื้อประกันเอง

หากคุณผู้สนใจซื้อประกันชีวิตแต่ยังไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร สามารถติดต่อสอบถามได้จาก rabbit finance เพราะ เราคัดสรรข้อเสนอที่ดีที่สุดเพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะประหยัดเงินได้มากยิ่งขึ้น

 


avatar
by Nitchakarnp

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon