ผู้รับผลประโยชน์ ในประกันชีวิต ไม่ใช่ญาติได้ไหม?​

posted: 2 months ago
1,141 views
ผู้รับผลประโยชน์ ในประกันชีวิต ไม่ใช่ญาติได้ไหม?​

comments

หากนึกคำเปรียบเปรยให้กับวัยชรา คำแรกที่น่าจะคิดกันออกก็หนีไม่พ้นคำว่าไม้ใกล้ฝั่ง”​ เพราะวัยชราคือวัยแห่งความเสื่อมถอย เพราะเป็นวัยแห่งความเสื่อมถอยนี่แหละ สภาพร่างกายที่แข็งแรงก็ถดถอยตามอายุที่มากขึ้น เช่น พลัดตกหกล้มนิดหน่อย กระดูกก็อาจหักง่ายกว่าเดิม หรือมี ปัญหาสมองเสื่อม อีกทั้งภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ในร่างกาย เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคชรา ฯลฯ เรียกได้ว่าเป็นวัยที่เหลือเวลาอยู่ไม่มากแล้วจริงๆ

แต่คำว่าไม้ใกล้ฝั่งไม่ได้ใช่แค่ผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังใช้กับสิ่งที่กำลังจะหมดอายุไขได้ด้วย อย่างคนหนุ่มสาวที่กำลังจะลาจากโลกใบนี้ไปด้วยโรคร้ายแรง หรือป่วยด้วยโรคประจำตัวที่สู้ไม่ไหวแล้ว เพราะเวลาชีวิตที่เหลือน้อยเต็มที แถมไม่รู้ว่ายมทูตจะมารับตัวเมื่อไหร่ การเขียนพินัยกรรมทิ้งไว้ด้วยประกันชีวิต เลยเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่อยากเหลือไว้ให้คนข้างหลังได้ใช้ประโยชน์จากเงินมรดกนั้น

พินัยกรรมในรูปแบบประกันชีวิต

การโดนขายประกันชีวิตเป็นอะไรที่น่าเบื่อ แสนหงุดหงิด บางทีไปทำธุระที่ธนาคารก็โดนแอบถามถึงเรื่องประกันซะงั้น แต่ถ้าสังเกตให้ดีว่าละครไทยบ้านเรานั้น จะมีพาร์ทหนึ่งที่ตัวละครหนึ่งกำลังจะลาโลก แล้วพูดทิ้งท้ายประโยคก่อนหมดลมหายใจว่าอย่าเพิ่งเปิดพินัยกรรมจนกว่าทายาทตัวจริงจะปรากฎ”​

ซึ่งการทำพินัยกรรมเป็นการแสดงเจตนาที่กำหนดว่า หากฉันตายไปแล้วทรัพย์สินจะตกเป็นของใคร หรือใครเป็นผู้จัดการมรดก ใครทำเรื่องศพให้ฉัน พินัยกรรมจะถูกเขียนขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อผู้นั้นมีสติสัมปะชัญญะครบถ้วน แต่กฎหมายก็ไม่ได้กำหนดว่า ชื่อที่ถูกระบุไว้จะต้องเป็นแค่ทายาทในสายเลือดเสมอไป

ผู้รับผลประโยชน์ ในประกันชีวิต ไม่ใช่ญาติได้ไหม?​

คุณปู่วัย 70 ปีถึงกำลังจะหมดเวลาชีวิต ไม่มีใครสนใจใยดี อาจจะใส่ชื่อนางพยาบาลที่ช่วยดูแลไม่ห่างให้เป็นผู้รับมรดกตามพินัยกรรมก็ได้ หรือยกให้เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายก็ได้ เช่น ยกทรัพย์สินให้แก่วัด หรือมูลนิธิต่างๆ เพื่อสร้างประโยชน์ต่อไป

ซึ่งประกันชีวิตเองก็ต้องระบุชื่อผู้รับผลประโยชน์เหมือนกัน ไม่ว่าคุณจะซื้อประกันชนิดไหน ออมเงินระยะสั้น ประกันบำนาญ ประกันยูนิตลิงค์ ฯลฯ ถ้าคุณมีชีวิตอยู่จนถึงกำหนดสัญญา เงินผลประโยชน์จากประกันก้อนนั้นก็จะตกเป็นของคุณทันที แต่ถ้าคุณดันจากไปดื้อๆ เงินก็จะตกเป็นของผู้รับผลประโยชน์ที่ถูกเขียนไว้ในสัญญา ว่าแต่ว่า ผู้รับผลประโยชน์ในกรมธรรม์ประกันชีวิต ยกให้คนอื่นเหมือนพินัยกรรมได้ไหมนะ?​


ผู้รับผลประโยชน์ เป็นใครได้บ้าง?

ผู้รับมรดกตามพินัยกรรมจะเป็นใครก็ได้ที่เจ้าของทรัพย์สินเขียนชื่อไว้ อาจจะเป็นนางพยาบาล สาวใช้ในบ้าน หรือยกให้เป็นทรัพย์สินสาธารณะ แต่สำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิต บริษัทประกันจะกำหนดให้ผู้เอาประกันภัยคือผู้รับผลประโยชน์คนแรกอยู่แล้ว แต่บางกรณีก็จำเป็นให้คนอื่นมารับเงินทดแทน ซึ่งก็คือการเสียชีวิต

ใช่ว่าทุกคนจะมีอายุรอดจนครบอายุสัญญา บริษัทประกันจึงกำหนดให้ผู้เอาประกันระบุชื่อผู้รับผลประโยชน์ไว้ในสัญญาประกันภัยด้วย สมมติว่าผู้เอาประกันได้เสียชีวิตไปแล้ว สิ่งแรกที่ผู้รับผลประโยชน์ควรทำ คือแจ้งกับบริษัทประกันให้ทราบอย่างเร็วที่สุด  ถ้าช้าเกินกว่า 15 วัน ก็ต้องพิสูจน์กันต่อไปว่าทำไมถึงช้า

ผู้รับผลประโยชน์ ในประกันชีวิต ไม่ใช่ญาติได้ไหม?​

ซึ่งผู้รับผลประโยชน์โดยมากจะต้องมีความผูกพันทางสายเลือด หรือเป็นคนในครอบครัวอย่าง พ่อ แม่ ลูก หรือญาติซะมากกว่า ถ้าเป็นบุคคลอื่น หรือคนนอกสายเลือดแบบพินัยกรรม จะต้องมีหลักฐานแสดงตัว หรือแจ้งความผูกพันให้บริษัทประกันประกันทราบอีกที แต่ก็มีการฆ่าผู้เอาประกันเพราะหวังผลประโยชน์จากกรมธรรม์ ดังนั้น การระบุชื่อผู้รับผลประโยชน์จะเป็นใครก็ได้ ทางควรเป็นคนในครอบครัวจะดีกว่า


ผู้รับผลประโยชน์ คนละนามสกุลเหมือนเขียน พินัยกรรม ได้ไหม

ถ้าใครที่กำลังตัดสินใจทำประกันชีวิต เพราะอยากมีเงินทิ้งไว้ด้วยการเขียนสัญญาพินัยกรรมในแบบฉบับกรมธรรม์ก็ควรจะรู้ก่อนว่า ผู้รับผลประโยชน์สามารถเขียนชื่อได้มากกว่าหนึ่งคน แบ่งได้ออกเป็น 2 กรณี คือ

  •  ผู้รับผลประโยชน์คนแรกเสียชีวิต ผู้เอาประกันก็ต้องแจ้งกับบริษัทประกันว่าจะเปลี่ยนตัวผู้รับผลประโยชน์
  • ผู้เอาประกันเสียชีวิต เงินจะถูกแบ่งให้สองคนที่รับผลประโยชน์อย่างเท่าๆ กัน ที่ต้องใส่ชื่อสองคน เพื่อความสะดวกในการรับเงิน และจะได้ไม่ต้องแต่งตั้งผู้จัดการมรดกให้เสียเวลา

บริษัทประกันส่วนใหญ่จะแจ้งว่า ผู้รับผลประโยชน์ควรจะเป็นคนที่มีความผูกพันทางสายเลือด หรือทะเบียนราษฎร์หรือมีส่วนได้ส่วนเสียทางกฎหมายกับผู้เอาประกัน  ถ้าเกิดว่าผู้เอาประกันอยากมอบผลประโยชน์ให้ใคร ก็เป็นสิทธิขาดของผู้ถือกรมธรรม์อยู่แล้ว

ผู้รับผลประโยชน์ ในประกันชีวิต ไม่ใช่ญาติได้ไหม?​

พ่อเขียนชื่อลูกหรือแม่เขียนชื่อน้อง นั่นเรียกว่า ผู้รับผลประโยชน์ทางสายเลือด ส่วนคำตอบของคำถามที่ว่า ผู้รับผลประโยชน์ คนละนามสกุลเหมือนเขียน พินัยกรรม ได้ไหม คำตอบคือได้ แต่ต้องมีส่วนได้ส่วนเสียทางกฎหมายด้วย เช่น สามีภรรยา นายจ้างกับลูกจ้าง เจ้าของกรรมสิทธิ์รวม หรือคู่สัญญาทางธุรกิจ เพราะถ้าไม่เกี่ยวข้องกันเลย หรือเกี่ยวข้องกันแต่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียทางกฎหมาย ก็ไม่สามารถเป็นผู้รับผลประโยชน์ได้

สรุปได้ว่า ผู้รับผลประโยชน์จะเป็นใครก็ได้เหมือนการเขียนพินัยกรรม แต่ข้อหนึ่งที่สำคัญของกรมธรรม์ประกันชีวิต คือ คนผู้นั้นต้องมีความผูกพันทางสายเลือด หรือมีส่วนได้ส่วนเสียทางกฎหมาย เพราะบริษัทประกันเองก็กลัวว่า ถ้าผู้เอาประกันเสียชีวิตขึ้นมา อาจจะมีการทุจริตอย่างการฆ่าเพื่อหวังเงิน ซึ่งก่อนจะซื้อประกันชีวิต ควรคิดให้ดีสักหน่อยก่อนเขียนชื่อผู้รับผลประโยชน์ในสัญญาประกันภัย


avatar
by 9 Tails

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon