เข้าสู่เว็บไซต์>
สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ถือบัตร Visa ทำประกันการเดินทางต่างประเทศฟรี 10 วัน

กรมสรรพสามิต ลั่นดังๆ เครื่องดื่ม-บุหรี่ ต้องปรับค่าภาษี

posted: 1 week ago
กรมสรรพสามิต ลั่นดังๆ เครื่องดื่ม-บุหรี่ ต้องปรับค่าภาษี

comments

เหล้า เบียร์ น้ำผักผลไม้ น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง หรือแม้กระทั่งไวน์ เป็นเครื่องดื่มที่มีขายอยู่ในประเทศไทย เห็นได้ทั่วไปตามซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ หรือแม้แต่ 7-Evelen เองก็มี เรียกได้ว่าเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ใช่น้ำเปล่า ทำให้เราสดชื่น ทำให้เรารู้สึกซาบซ่า ทำให้เรารู้สึกมึนเมา  น้ำบางอย่างมีความหวานแต่งเติมมาด้วย น้ำบางอย่างถูกหมักด้วยวัตถุดิบชั้นดี ซึ่งกรมสรรพสามิตมองว่าควรพอได้แล้ว


กรมสรรพสามิต ลั่น “เครื่องดื่ม บุหรี่ ต้องถูกลดทอนลงบ้าง

จำนวนประชากรที่อ้วนลงพุงในประเทศไทย (ซึ่งเสี่ยงเป็นโรคร้ายแรง หรือโรคแทรกซ้อนมากๆ) มีมากถึง 16 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ชาย 4.7 ล้านคน และผู้หญิง 11.3 ล้านคน อีกอย่างพบว่าเครื่องดื่มต่างๆ ที่วางขายในตลาดมีค่าความหวานเกินไป

กลายเป็นว่าถ้ากินมากๆ อาจก่อให้เกิดโรคอ้วนตามมา นี่อาจเป็นหนึ่งเหตุผลก็ได้ ที่กรมสรรพสามิตอยากลดทอนให้คนเลิก ด้วยการใช้เพิ่มอัตรภาษีราคาเครื่องดื่ม

ใช่ว่าบุหรี่จะน้อยหน้ากว่าใครเพื่อน เพราะสิงห์อมควันทั้งหลาย ต่างก็ยังไม่เกรงกลัว รูปหน้าซองที่แปะเอาไว้ พร้อมแคปชั่นเตือนใจว่าอาจจะเป็นโรคนู้นโรคนี้ อาจจะเป็น มะเร็งปอด ที่คร่าชีวิต (เรื่องความชอบตรงนี้ เราไม่สามารถแทรกตัวเข้าไปยุ่งได้) แต่อย่างว่า ถ้าพ่นควันใส่คนอื่น ก็คือการทำให้คนอื่นเดือดร้อนเพราะควันบุหรี่

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO มีนโยบายให้คนทั่วโลกได้ใช้เพื่อลดการการดื่มสุราลง ลดการสูบบุหรี่ลง เรียกได้ว่าเป็นมาตรการที่ง่ายที่สุด และสามารถใช้ได้ผลสุดๆ นั่นก็คือ

  1. ขึ้นภาษี
  2. ห้ามโฆษณา หรือส่งเสริมการขาย
  3. ห้ามสูบบุหรี่ในสถานที่ต่างๆ
  4. การเตือนพิษภัยและการรณรงค์

 

กรมสรรพาสามิต ปรับภาษี
(cc) : http://www.ssw.ac.th/

 

ถ้าอ่านจากข้อ 1 ถึงข้อ 4 จะเห็นได้ว่า ตั้งแต่ข้อที่ 2-3 ประเทศไทยบ้านเราได้ผ่านวิธีเหล่านั้นมาหมดแล้ว เช่น ห้ามโฆษณา หรือส่งเสริมการขาย ถ้าจำกันได้ที่มีดาราหลายคนถ่ายรูปดื่มแอลกอฮอล์ลงโซเชียล คนที่ไม่เห็นด้วยจึงตั้งข้อสงสัยว่า นั่นคือการช่วยเครื่องดื่มแบรนด์นั้นขายหรือเปล่า หรือข้อ 3, 4 ที่ก็มีการรณรงค์กันเรื่อยๆ เช่น วันงดสูบบุหรี่โลก เมาไม่ขับ และนี่ถึงเวลาแล้วที่กรมสรรพมิตจะหยิบข้อ 1 มาใช้บ้าง


เพิ่มภาษีเครื่องดื่ม กับความในใจของกรมสรรพสามิต

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า อัตราภาษีใหม่ของเครื่องดื่มจะมีขึ้นลงทุกอย่าง ที่ขึ้นภาษีเครื่องดื่มและบุหรี่ กรมสรรพสามิตไม่ได้หวังหารายได้เข้ารัฐ ไม่ได้เพิ่มความลำบากใจให้กับผู้ประกอบการ

แต่ที่ทำก็เพราะคำนึงถึงสุขภาพของประชาชน เน้นความเป็นธรรมไม่เน้นหารายได้อย่างที่ใครว่า โดยการจัดเก็บภาษีสรรพาสามิตใหม่ของกรรมสรรพสามิต มี 2 รูปแบบ คือ

  • เก็บภาษีตามปริมาณ
  • เก็บภาษีตามมูลค่า

 

โดยนายสมชาย พูลสวัสดิ์ ยังย้ำด้วยว่า หลักการเพิ่มอัตราภาษีเครื่องดื่มใหม่จากกรมสรรพสามิตไม่ได้เพิ่มภาระให้กับประชาชนและผู้ประกอบการอย่างแน่นอน เพราะ กรมสรรพสามิตต้องการปฎิรูปภาษี ให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส เป็นสากล ลดการใช้ดุลพินิจโดยชอบธรรมของเจ้าหน้าที่ เพื่อแก้ปัญหาการจัดเก็บภาษีทั้งระบบ ทำให้การจัดเก็บภาษีของกรมฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพกว่าเดิม

ซึ่งวันที่ 16 กันยายน .. 2560 ที่ผ่านมา ... ภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ 2560 ได้ถูกเปิดเผยขึ้น และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนั้น ซึ่งมีการปรับอัตราการจัดเก็บภาษีสินค้า เช่น เหล้า บุหรี่ เบียร์ ฯลฯ โดยกรมสรรพสมิตได้ปรับภาษีเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นและลดลงตามราคาที่ว่า ดังนี้

กรมสรรพสามิต ปรับภาษีเพิ่ม

สุรา เบียร์เหล้า ไวน์ ที่ถูกปรับราคาจากกรมสรรพสามิต

 

  • เบียร์ราคาแพง ลดลง 90 สตางค์ – 2 บาท
  • ไวน์นำเข้าและมีราคาเกิน 1,000 บาท ปรับขึ้น 110 บาท
  • ไวน์ในประเทศมีแนวโน้มลดลง 25 บาทขึ้นไป
  • สุราขาว ปรับราคาขึ้นเป็น 84 สตางค์  – 3.50 ขึ้นอยู่กับขนาดและดีกรี
  • สุราในประเทศขนาดขวด 700 มิลลิลิตร 28 ดีกรี จะปรับขึ้น 8-30 บาทต่อขวด
  • สุรากลั่นในประเทศ 40 ดีกรี ปรับขึ้น 8-30 บาทต่อขวด
  • สุรานำเข้าที่มีราคาสูง ราคาจะปรับลดลง 2-20 บาทต่อขวด

 


 

กรมสรรพาสามิต ปรับภาษีเพิ่ม

บุหรี่ที่ถูกปรับราคาจากกรมสรรพสามิต

  • บุหรี่ราคาถูกหรือแพงก็จะเก็บ 1.20 บาทต่อมวน ตกซองละ 24 บาท
  • ราคาต่ำกว่าซองละ 60 บาทจะเก็บ 20% หรือประมาณ 4-15 บาท โดยใน 2 ปีแรกจะเก็บ 20% หลังจากนั้นจะขึ้นเป็น 40%
  • ราคาบุหรี่สูงกว่าซองละ 60 บาท จะถูกปรับภาษีขึ้นเป็น 40% หรือประมาณซองละ 2-10 บาท

 


กรมสรรพสามิต ปรับภาษีเพิ่ม

 

เครื่องดื่มความหวาน ที่ถูกปรับราคาจากกรมสรรพสามิต

 

  • เครื่องดื่มที่ไม่มีน้ำตาล ไม่มีแอลกอฮอล์ ราคาลดลง 25-36 สตางค์
  • เครื่องดื่มปกติ เช่น น้ำอัดลม จะถูกกรมสรรพสามิตปรับขึ้น 15-30 สตางค์ ตามขนาดภาชนะ
  • เครื่องดื่มประเภทน้ำผักผลไม้ จะปรับขึ้น 6-54 สตางค์ ต่อขนาดภาชนะ
  • เครื่องดื่มประเภทชาเขียวและกาแฟ ปรับขึ้น 1.30 – 2.5 บาท
  • เครื่องดื่มบำรุงกำลัง เครื่องดืมเกลือแร่ที่มีส่วนผสมของน้ำตาล ปรับขึ้น 32-90 สตางค์

ก็ไม่รู้ว่าการปรับราคาเครื่องดื่มขึ้นและลงของกรมสรรพสามิต จะส่งผลร้ายแรงแก่ผู้ประกอบการอย่างห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ หรือร้านโชว์ห่วยเล็กๆ แค่ไหน แล้วผู้บริโภคอย่างพวกเราจะโอเคกันหรือเปล่า แต่ถ้าในเมื่อเป็นกรรมสรรพาสามิตบอกว่า ที่ขึ้นราคาก็เพื่อสุขภาพของผู้บริโภค ก็ยังดีเนอะ อย่างน้อยๆ จะได้ลดคอเลสเตอรอล ลดโรคมะเร็งปอดลงไปได้บ้าง ลดเรื่องเงินทองที่ต้องรักษาตัวเองจากโรคร้ายไปได้เยอะ แต่กำไรขายของจะหาได้จากไหน ก็คงต้องติดตามไปสักพักล่ะเนอะ 


avatar
by 9 Tails

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon