เข้าสู่เว็บไซต์>
คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นโอกาส เพียงเพราะมันใส่ชุดเอี้ยมและหน้าตาเหมือนงาน — Thomas Edison

วิธีดูแลรถยนต์คันโปรดเมื่อต้องเจอกับน้ำท่วม

posted: 2 weeks ago
วิธีดูแลรถยนต์คันโปรดเมื่อต้องเจอกับน้ำท่วม

comments

ตอนนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาว โดยเฉพาะช่วงเดือนที่ผ่านมานี้เราเจอศึกหนักเป็นเจ้าฝนเม็ดใหญ่ที่ตกลงมาอย่างไม่เกรงอกเกรงใจคนที่อยู่ใต้ฟ้ากันบ้างเลยแน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาก็คือเราจะเจอน้ำขังเป็นแอ่งตามท้องถนน หรือหนักกว่านั้นก็คือน้ำล้นตลิ่งออกมาจนท่วมข้าวของเสียหาย

ระหว่างที่รอการระบายน้ำ ฝนเจ้ากรรมก็ดันตกลงมาอีกเสียนี่ บางพื้นที่มีฝนตกแทบทุกวันเลยก็ว่าได้ เดินทางไปทำงานแต่ละวันก็แสนทรหด ใครจะอยากให้รถคันโปรดต้องไปลุยน้ำล่ะ ถ้ารถดับหรือน้ำไหลเข้ามาในรถก็ลำบากแย่ แต่บางครั้งเราก็ไม่มีทางเลือก เลยต้องจำใจพาเจ้ารถคันโปรดลุยน้ำไปซะแล้ว

ทีนี้เราจะมีวิธีดูแลรักษารถอย่างไร เพื่อให้เจ้ารถคันโปรดคันนี้ไม่งอนและจากเราไปซะก่อน วันนี้เราจะมาดูวิธีการดูแลรถยนต์คันโปรดของคุณหลังพารถไปลุยน้ำมาฝากกันค่ะ


เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง

วิธีดูแลรถยนต์คันโปรดเมื่อต้องเจอกับน้ำท่วม

 

  • ล้างรถให้สะอาดด้วยการฉีดน้ำเข้าท้องรถและล้อรถ

วิธีนี้จะช่วยในการกำจัดเศษหิน เศษดิน เศษใบไม้ หรือเศษขยะที่อาจติดสอยห้อยตามมากับรถ แต่ถ้าไม่มั่นใจในฝีมือการฉีดน้ำของตัวเอง แนะนำว่าให้พาไปทำความสะอาดกับศูนย์บริการจะดีกว่านะคะ

  • รื้อพื้นพรมในรถออกมาผึ่งแดด

วิธีนี้จะช่วยป้องกันการเกิดเชื้อรา ถือเป็นต้นเหตุของการเกิดกลิ่นอับ และทำให้รถยนต์ของคุณกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค

  • เปลี่ยนของเหลวในรถทั้งหมด

ไม่ว่าจะเป็น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก ฯลฯ วิธีการนี้จะช่วยให้เราระบายของเหลวที่อาจส่งผลให้รถผิดปกติ อันเนื่องมาจากน้ำท่วมบนถนนได้ไหลซึมเข้าไปรวมกับของเหลวเหล่านี้ หากมีน้ำเข้าไปปนอยู่จริงจะอันตรายกับรถยนต์อย่างคาดไม่ถึง ดังนั้น การเปลี่ยนของเหลวจึงเป็นผลดีกับรถมากกว่า


 

ขับรถลุยน้ำ

อย่าลืมตรวจสภาพเครื่องยนต์

เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำหลังจากพารถยนต์คันโปรดไปลุยน้ำมาเลยล่ะค่ะ  บางอย่างก็เช็คเองได้แต่ถ้าหากคุณไม่สันทัดเรื่องเครื่องยนต์กลไก แนะนำให้พาไปเช็คที่ศูนย์บริการที่ไว้ใจได้จะดีกว่า โดยเราจะต้องใส่ใจในเรื่องดังนี้

  • ระบบเบรก

เป็นระบบที่เราควรตรวจสอบเป็นระบบแรกๆ เพราะเบรกคือความปลอดภัยของผู้ขับขี่ เมื่อระบบเบรกลุยน้ำมักจะปนเปื้อน ส่งผลให้ระบบเบรกติดขัด อีกทั้งน้ำจะทำให้ระบบเบรกเกิดความชื้น ทำให้ประสิทธิภาพของเบรกลดลง

  • ลูกปืนล้อ

เป็นส่วนประกอบของล้อรถยนต์ที่มีหน้าที่ในการทำให้ล้อสามารถหมุนได้อย่างอิสระ โดยใช้จาระบีในการหล่อลื่น แต่เมื่อใดที่เราพารถยนต์คันโปรดไปลุยน้ำ จาระบีอาจถูกน้ำชะล้างออก ส่งผลให้ลูกปืนมีอาการดังและนำไปสู่ลูกปืนล้อแตก

  • เพลาขับและเฟืองท้าย

คนที่พารถคันโปรดไปลุยน้ำแบบมิดใต้ท้องรถต้องใส่ใจส่วนนี้เป็นพิเศษ เพราะน้ำท่วมอาจจะเข้าไปชะล้างจาระบีที่อยู่ภายใน ส่งผลให้รถยนต์อาจเกิดปัญหาหนัก ดังนั้นควรจะใส่ใจส่วนนี้ด้วย

  • ระบบปรับอากาศ

อาจเป็นระบบที่หลายๆ คนมองข้าม แต่อยากให้กลับมาสนใจระบบปรับอากาศด้วยนะคะ กลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ติดมากับน้ำจะติดขึ้นมาในระบบปรับอากาศของรถด้วย ปัญหาเรื่องกลิ่นจะทำให้รถของคุณไม่น่าขับ คุณจึงไม่ควรละเลยส่วนนี้


 

ขับรถลุยน้ำ

 

เทคนิคการขับรถลุยน้ำเมื่อจำเป็น

ในกรณีที่จำเป็นต้องพารถยนต์ไปลุยน้ำจริงๆ เราก็มีเทคนิคมาฝาก เพื่อช่วยลดความเสียหายที่จะเกิดกับรถยนต์ได้บ้าง ดังนี้

  • ก่อนถึงจุดน้ำท่วม ต้องลดความเร็วของรถลง

ไม่ควรขับรถเร็วผ่านบริเวณที่มีน้ำขัง เพราะรถยนต์อาจเสียการทรงตัวและคุมรถไม่อยู่ได้ ความเร็วที่พอเหมาะจะอยู่ที่ 60 – 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง

  • ดูระดับน้ำที่สามารถขับผ่านไปได้

ถ้าเป็นรถเก๋งที่มีพื้นต่ำ ระดับน้ำที่พอจะผ่านไปได้ก็คือไม่เกิน 30 เซนติเมตร หรือประมาณครึ่งแข้ง หากระดับน้ำสูงกว่านี้ไม่ควรขับผ่าน เพราะเครื่องยนต์อาจดับกลางทางได้

  • หากจำเป็นต้องลุยน้ำสูงกว่า 30 เซนติเมตร แบบเลี่ยงไม่ได้จริงๆ

ก่อนจะขับลุยน้ำแนะนำให้ปิดแอร์ในรถยนต์ และเปิดกระจกระบายอากาศแทน เพื่อป้องกันใบพัดของระบบปรับอากาศที่อาจพัดน้ำเข้าไปทำลายระบบไฟฟ้าในเครื่องยนต์ได้

  • เมื่อขับรถลุยน้ำให้ใช้เกียร์ต่ำเสมอ

และรักษาอัตราเร่งให้อยู่ที่ 1500 – 2000 รอบ แต่ไม่ควรต่ำกว่านี้ เพราะจะทำให้เครื่องดับ หรือถ้าสูงกว่านี้อาจเป็นการดูดน้ำเข้ามาในเครืองได้เช่นกัน

  • เมื่อต้องขับรถลุยน้ำ ระบบเบรกจะต้องแช่น้ำ

ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานต่ำลง ดังนั้น เมื่อขับรถลุยน้ำ คุณต้องเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มาก ไม่ต้องขับชิด และเมื่อขับพ้นน้ำแล้วยังไม่ควรเร่งเครื่องทันที แต่ให้ขับช้าๆ พร้อมกับทดสอบเบรกเป็นระยะๆ เพื่อให้ผ้าเบรกที่เปียกอยู่แห้งไวขึ้น

  • ในกรณีที่รถดับท่ามกลางน้ำท่วม

อย่าพยายามสตาร์ทเครื่องใหม่ เพราะนั่นจะทำให้น้ำไหลเข้าสู่รถยนต์มากขึ้น ทางที่ดีคือหาคนช่วยย้ายรถให้ไปในพื้นที่ที่น้ำไม่ท่วม แล้วเรียกรถยกมายกเข้าศูนย์หรืออู่ทันที

 

ถ้าเป็นไปได้ ก็อย่าขับรถลุยน้ำกันเลยค่ะ เพราะมันจำทำให้เกิดผลเสียกับรถ หรือเราเสียเงินเพิ่มมากกว่าเดิมอีก แต่ถ้าจำใจต้องขับจริงๆ ก็รีบทำตาวิธีที่บอกไปข้างต้นนะคะ รถพังขึ้นมาล่ะแย่แน่เลย


avatar
by W. Phumma

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon