ทวงเงินจากเพื่อนที่ยืมไปอย่างไรให้ได้คืน

posted: 4 months ago
2,683 views
ทวงเงินจากเพื่อนที่ยืมไปอย่างไรให้ได้คืน

comments

ถ้าพูดกันแบบติดตลกปนเศร้าหน่อยๆ หลายคนคงให้นิยามคำว่าเงินเป็นเหมือนถังออกซิเจนใบที่สอง หรืออากาศบริสุทธิ์ที่จำเป็นสำหรับชีวิต ซึ่งถ้ามองด้วยความเป็นจริง เงินก็คงจะใช่อย่างที่ว่า เพราะของที่อยากได้ หรือการรักษาร่างกาย ก็ต้องใช้เงินเป็นตัวช่วยเหมือนกัน

เมื่อเงินไม่พอใช้ หรือต้องรีบใช้เงินก้อนอย่างด่วน ก็คงจะกล้าๆ กลัวๆ เวลากู้เงินกับธนาคาร หรือหาเงินไร้เครดิตที่ทวงหนี้แบบโหดๆ เหมือนในละคร ทางเลือกสุดท้ายจึงเลือกยืมเงินของเพื่อนนี่แหละ สบายใจที่สุดแล้ว

ถ้าไม่อยากเสียเพื่อนอย่ายืมเงินกันและกัน

 

เพื่อนคือคนที่รู้จักเราดีในระดับหนึ่ง (ุถ้าสนิทกันมากๆ เรียกได้ว่ารู้ใจกันเลย) แถมยังผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันในหลายเหตุการณ์ เวลาเราทุกข์เพื่อนเองก็คอยปลอบประโลม เวลามีเรื่องเครียด เพื่อนก็พาไปเปิดหูเปิดตา ไม่ว่าจะอารมณ์ใด เพื่อนก็จะอยู่ด้วยเสมอ เมื่อต้องเลือกเพือนกับแฟน หลายคนก็เทใจให้เพื่อนไปแล้ว เพื่อนต้องมาก่อนเสมอ

การยืมเงินเพื่อนจึงไม่มีปัญหาอะไร แถมยังสบายใจได้ เพราะถ้าเราไม่มีก็บอกกันไปตรงๆ ว่าไม่มีนะ ยังไม่ให้ ถ้ามีแล้วค่อยว่ากัน แต่คำพูดที่ว่า “ถ้าไม่อยากเสียเพื่อนก็อย่ายืมเงิน” ก็เป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  เงินไม่กี่บาทก็ทำให้มิตรภาพที่สั่งสมกันมาสั่นคลอนได้ง่ายๆ

วิธียืมเงินเพื่อนแบบไม่ให้เสียเพื่อน

 

มีหนี้ติดตัวก็เหมือนชนักติดหลัง ไม่มีใครอยากตกอยู่ในสถานะหนี้ ไม่ว่าจะหนี้บัตรเครดิต หรือหนี้จากเพื่อนก็ตาม แต่ถ้ามันจำเป็นก็คงจะต้องยืมเงินเพื่อนไปก่อน การยืมเงินเพื่อนต้องใช้ความไว้ใจมากๆ และคำสัญญาต่างๆ เพื่อให้เงินมา เครดิตที่ดีมีแค่ครั้งเดียว ถ้าพลาดไปแล้วอาจจะไม่ได้รับความไว้ใจอีก ถ้าใครคิดจะยืมเงินเพื่อนหรือคนที่ไว้ใจ ไม่ควรละเลย 4 ข้อต่อไปนี้

  • ไม่ผิดคำพูด

อย่าทำร้ายเพื่อนด้วยการผิดสัญญา ตอนยืมเงินก็พูดไว้ดิบดี ระบุวันที่หรือเวลาที่ชัดเจน พอเอาเข้าจริงก็เบี้ยวกันดื้อๆ หรือผลัดวันไปเรื่อย ถ้ายืมไปแล้วผิดคำพูด หรือคืนไม่ตรงวัน ความไว้ใจที่เคยมีก็จะค่อยๆ หายไป

  • ไม่อาย

ถ้ากล้ายืมเงินก็ต้องกล้าโดนทวงหนี้ อย่าคิดหลบหน้าแม้ไม่มีเงินคืน การหนีไม่ได้ทำให้เงินที่ค้างอยู่หายไป ทำให้เพื่อนโกรธมากกว่าเดิม และผิดหวังในตัวเรามากขึ้น หากหนีเรื่อยๆ เพื่อนอาจจะใช้บริการรับจ้างทวงหนี้ก็ได้ ถ้ามันเหลืออดจริงๆ 

  • ไม่ทำร้ายจิตใจ

ถ้ายืมเงินเพื่อนมาแล้วก็ต้องรู้ตัวเสมอว่าเรายังติดค้างเงินกับเพื่อนอยู่ ไม่ใช่พอมีเงินก็ไม่คืนเพื่อน เอาเงินที่มีไปใช้อย่างอื่น ไปเที่ยว กิน โดยไม่คิดเลยว่าเพื่อนเองก็มีภาระค่าใช้จ่ายไม่ต่างกัน นิสัยแบบนี้เรียกว่า “เหนียวหนี้”​ ถ้ามีเงินควรเพื่อนเสียเถิด

  • ไม่ทำลายความสัมพันธ์

นอกจากคืนแล้วก็ต้องคืนให้หมดด้วย ไม่ใช่ว่าคืนไปครึ่งหนึ่งก็พูดจากอ้อร้อไปเรื่อยๆ หรือใส่ใจเพื่อนในวันที่ต้องการเงิน พอหมดกันก็ไม่ทักทาย ทำเป็นไม่รู้จักกันมาก่อน เงินที่ยืมมากับความเป็นเพื่อนอาจจะขาดสะบั้นลงได้

 

ทวงเงินอย่างไรให้ได้คืน

 

สำหรับเจ้าหนี้ที่มีลูกหนี้นิสัยดี มีความรับผิดชอบ ไม่ผลัดวันประกันพรุ่งก็ถือว่าโชคดีไป แต่บางคนไว้ใจเพื่อนมากเกินไป เพื่อนขอยืมก็ให้ไปเลย เพราะความไว้ใจ พอเพื่อนไม่คืน หรือไปทวงบ่อยๆ ตัดขาดความสัมพันธ์กันไปเลย (ทวงเองก็อายเอง)

ใช่ว่าเงินจะหามาได้ง่ายๆ เพราะตัวเราเองก็มีภาระค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไม่แพ้กัน มาดูกันเลยว่า วิธีทวงเงินให้ได้คืนมีอะไรบ้าง (แม้จะต้องเสียความรู้สึกก็ตามเถอะ)

  • เอาความสุภาพเข้าสู้

บางคนโผงผางบวกกับความโกรธเมื่อเห็นลูกหนี้ เข้าไปแหกกลางวงเพื่อนว่าทำไมแกไม่คืนเงินฉัน หรือหักดิบไปเลยโดยการบอกว่าถ้าไม่คืนเงินก็ไม่ให้ยืมแล้วนะ ซึ่งเป็นวิธีที่ดี แต่ลูกหนี้อาจจะหนีไปแล้วไม่จ่ายอีกเลย

ทางที่ดีควรพูดด้วยวาจาสุภาพให้ลูกหนี้รู้สึกผิด ไม่ใช้ถ้อยคำที่ข่มขู่เหมือนกลุ่มคนที่รับจ้างทวงหนี้ อย่าง “ถ้าแกไม่จ่ายฉันจะไปเอาของที่บ้านแก” นอกจากจะทำให้ลูกหนี้อยากหนีแล้ว ยังทำให้เขาไม่อยากจะคืนเงินอีกด้วย หรือให้เวลาลูกหนี้บ้าง หลังจากทวงครั้งแรกไปแล้ว ก็ควรจะเว้นระยะไว้สักหน่อย (อยู่ที่จำนวนเงินและความเร่งด่วน)​ เพื่อให้ลูกหนี้มีเวลาหามาคืน

ควรเรียกมาคุยแบบส่วนตัว  หาโอกาสเวลาที่ลูกหนี้อยู่ตามลำพัง แล้วถกเถียงเรื่องเงินด้วยความจริงจัง ไม่ควรสร้างความอับอายให้ลูกหนี้ด้วยการทวงต่อหน้าคนอื่นๆ หน้าที่ของเราคืออธิบายให้ฟังว่าเพราะอะไร ทำไม แล้วที่สำคัญต้องกำหนดระยะเวลาการคืนให้ชัดเจนด้วย

 

  • เอาโลกโซเชียลเข้าสู้

เมื่อเอาไม้อ่อนไปทวงเงินไม่ได้ผล หลายคนเลยเลือกใช้ไม้แข็งอย่างการทวงเงินผ่านโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ไลน์ หรือ Live Facebook  แต่ถ้ามองดีๆ เรียกได้ว่าเป็นวิธีทวงเงินกึ่งๆ ประจานลูกหนี้ไปในตัว เพราะไม่ใช่แค่คนสองคนแล้วที่รู้เรื่องเหล่านี้ คนอื่นๆ จะได้รับรู้ด้วยว่าใครติดเงินใคร และไม่ยอมคืนใคร

โดยเจ้าหนี้อาจจะไปโพสต์หน้าเฟซบุ๊คของลูกหนี้อย่างไม่เกรงใจ พร้อมบ่น หรือก่นด่าต่างๆ นานา หยิบยกหลักฐานว่าติดเงินฉันแต่แกไม่คืนเพราะเอาไปทำอะไรก็ไม่รู้ มีปัญญากินของแพงๆ ใช้ของแพงๆ แต่ไม่มีปัญญาคืนเงินคนอื่น และคิดว่าเอาให้อับอายกันไปข้างเลยแล้วกัน ถ้าไม่อยากจะคืนเงินนัก สะใจฉันจริงๆ


ทวงเงินผ่านโลกโซเชียลผิดกฎหมาย

 

หลายคนคงไม่เข้าใจว่าทำไมกฎหมายถึงคุ้มครองคนไม่คืนเงิน ปล่อยให้คนพวกนั้นได้รับความเป็นธรรม (จากการทวงหนี้)​ แต่เจ้าหนี้อย่างเราต้องโดนจับและปรับ เพียงเพราะอยากได้เงินคืน

ซึ่งเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ทนายคู่ใจ” เพจชื่อดังที่ให้ความรู้ทางด้านกฎหมายในโลกออนไลน์อธิบายว่า การทวงหนี้ผ่านโลกออนไลน์ที่คนอื่นๆ สามารถรับรู้ได้เป็นการหมิ่นประมาท (แต่ไม่ผิดกฎหมาย) แต่ที่ผิดมันไปผิดฐานการทวงถามหนี้ต่างหาก

โดยการทวงหนี้ผ่านโลกออนไลน์ เป็นการกระทำผิดตาม พรบ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 11 (3) เป็นการแจ้งหรือเปิดเผยการเป็นหนี้ของลูกหนี้ต่อบุคคลภายนอก มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 100,000 บาท เอาเป็นว่ายังไงซะคนทวงหนี้ก็ผิดเต็มประตู

 


วิธีทวงเงินผ่านโลกโซเชียลแบบไม่ผิดกฎหมาย

 

ใช่ว่าการทวงเงินผ่านโลกโซเชียลแบบถูกกฎหมายจะไม่มี ถ้าเกิดว่าเจ้าหนี้อย่างเราโทรตามยิกๆ ก็ยังไม่คืนเงิน หรือโทรไปก็ตัดสาย ก็คงจะเกิดอารมณ์โมโห อยากให้โลกรู้ว่าแกไม่คืนเงินฉัน หนทางเดียวเลยต้องใช้โซเชียลมีเดียเป็นตัวช่วย

ครั้นจะทวงผ่านหน้าไทม์ไลน์ หรือติดแท็กก็ไม่ได้ ทำให้คนซวยกลายเป็นเจ้าหนี้อย่างเรา เท่ากับว่า ทวงหนี้ผ่านโซเชียลได้แต่ไม่ใช่คนอื่นเห็น ต้องส่งความโมโหหรือโกรธ ผ่านกล่องข้อความเท่านั้น คนอื่นเห็นไม่ได้นะจ๊ะ

ข้อควรระวังในการทวงเงินผ่านโซเชียล คือ

 

  • ขู่ว่าจะทำร้ายร่างกาย

การขู่ให้คนมาทำร้ายด้วยการกระทืบ หรือใช้ปืนยิง ถ้าแกไม่คืนฉันจะเอาของไป หรือทำร้ายพ่อแม่ของแก (เหมือนในละครที่พวกรับจ้างทวงหนี้ชอบทำกัน) ห้ามเด็ดขาด

  • ห้ามดูถูก

ถึงลูกหนี้เราจะไม่มีเงินสักบาท ก็อย่าไปด่ากราดโดยอารมณ์ชั่ววูบ การดูถูกเหยียดหยันกันเป็นสิ่งที่ไม่สมควร ควรให้เกียรติความเป็นมนุษย์ของกันและกัน

  • อย่าเปิดเผยให้คนอื่นได้รู้

ใครเป็นหนี้ก็ต้องตามทวงที่คนนั้น อย่าประจัญหน้ากับใครเขาในกลุ่มคน หรือกดแอดเฟซบุ๊คของคนในครอบครัวลูกหนี้ เพื่อแคปหน้าจอชื่อของพ่อแม่เขาไปด่าที่อื่น

  • จ่าหน้าซอง

ไม่ว่าจะจดหมายจ่าหน้าซอง หรือปิดผนึกอย่างดีเยี่ยมก็ไม่ควรจะให้คนอื่นรับรู้เรื่องหนี้สินที่มีระหว่างกัน และ ห้ามใช้สัญลักษณ์ของรัฐบาลบนซองเด็ดขาด

  • ห้ามเอ่ยอ้างถึงบุคคลอื่นๆ

อย่าแอบอ้างว่าตัวเองเป็นศาล หรือข้าราชการ (กลายเป็นว่าเราผิดเต็มประตู) อีกทั้งเนียนเป็นทนายความประจำตระกูล รวมไปถึงแสดงข้อความที่จะยึดทรัพย์ อายัดทรัพย์

  • เครดิตบัญชีดำก็ห้าม

ไม่คืนเงินนักใช่ไหม ห้ามเจ้าหนี้ขู่ลูกหนี้ว่าจะไปแจ้งเครดิตบูโร ให้เป็นคนมีหนี้เสียกับธนาคารเลย พอจะไปขอสินเชื่อกับธนาคารก็ไม่ได้เพราะติดแบล็กลิสต์ วิธีนี้ห้ามเด็ดขาด!

หลายคนอ่านถึงตรงนี้ คงจะงงเป็นไก่ตาแตกว่าเจ้าหนี้อย่างเราเดือดร้อนแท้ๆ แต่ทำไมการทวงหนี้จากคนหน้าไม่อาย ให้คนอื่นรู้เราถึงผิด เป็นเพราะว่าข้อห้ามจากกฎหมายทวงถามหนี้

ดังนั้น จะยืมเงินใคร หรือให้ใครยืมเงิน ควรคิดให้ดีก่อนสักนิด ถ้าคุณเป็นคนยืมก็อย่าทำลายความไว้ใจ หรือความสัมพันธ์ที่มีระหว่างกัน แต่ถ้าเป็นคนให้ยืมก็ควรทำสัญญาการยืมอย่างถูกกฎหมาย หรือพิจารณาดีๆ ว่าเพื่อนคนที่ยืมเมื่อก่อนเป็นคนแบบไหน เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ซวยทั้งขึ้นทั้งร่องก็น่าจะเป็นเจ้าหนี้มากกว่า

ถ้าใครไม่อยากเสียเพื่อนไปด้วยการยืมเงิน ลองมองหาวิธียืมเงินดีๆ จากธนาคาร ที่บางครั้งก็อนุมัติเร็วมากจนน่าตกใจ ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน ดอกเบี้ย 0%  เพราะอย่างน้อยถึงต้องจ่ายให้ธนาคาร ก็ยังดีกว่าเสียเพื่อนไป แล้วที่สำคัญไม่ต้องเสี่ยงโดนทวงหนี้แบบโหดๆ อีกด้วย


avatar
by 9 Tails

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon