เข้าสู่เว็บไซต์>
คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นโอกาส เพียงเพราะมันใส่ชุดเอี้ยมและหน้าตาเหมือนงาน — Thomas Edison

คนรวยบริจาคเงินให้คนจน ทางออกที่ดีเพื่อคุณภาพชีวิต จริงหรือ

posted: 3 weeks ago
คนรวยบริจาคเงินให้คนจน ทางออกที่ดีเพื่อคุณภาพชีวิต จริงหรือ

comments

ปัญหาเรื่องผู้สูงอายุ ต้องบอกว่าในประเทศไทยก็เริ่มเห็นภาพของปัญหาชัดมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจริงๆ แล้ว ถ้าเรามองให้ภาพมันกว้างขึ้นอีกนิดก็จะรู้ว่า ปัญหานี้ประสบกันมาตั้งหลายปีแล้ว ถ้าใครมีโอกาสได้ติดตามข่าวช่วงที่ผ่านที่เป็นประเด็นแชร์กันมากที่สุด ก็คือเรื่อง “การเก็บเงินเข้ากองทุนประกันสังคมเพิ่มเดือนละ 250 บาท” นั่นเอง


เก็บเงินกองทุนเพิ่ม กับปัญหาผู้สูงอายุ 

ต้องบอกก่อนว่า ที่คนทำงาน มนุษย์เงินเดือน หรือคนที่มีสวัสดิการรัฐอย่างประกันสังคมนั้น ถูกเก็บเงินเพิ่ม 250 บาท เป็นเพราะว่า คนที่ทำงานแล้วเอาเงินใส่กองทุนมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ แต่ผู้ที่จะใช้สิทธิเกษียณอายุที่รับเงินบำเหน็จ บำนาญ กลับมาจำนวนเพิ่มมากขึ้นเ

ทำให้ต้องมีการปรับโครงสร้างของกองทุนประกันสังคมบ้างเล็กน้อย และก็เชื่อว่าในอนาคตก็น่าจะมีโอกาสปรับตัวขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ ยังมีนโยบายต่างๆ ที่เข้ามาช่วยเหลือปัญหาตรงนี้อีกไม่น้อย ที่พอจะนึกออกในตอนนี้ ก็คงหนีไม่พ้น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และบัตรคนจน 

 

ปัญหาผู้สูงอายุ กับเงินบริจาคเพื่อคนจน 

ล่าสุด ผู้อำนวยการสำนักานเศรษฐกิจการคลัง ได้ออกมากล่าวว่า วันที่ 7 พฤษศจิกายน ที่ผ่านมา ครม. ได้มีการหารือเรื่องปัญหาสังคมผู้สูงอายุที่ประเทศไทยกำลังจะต้องเจอ

โดยอาจจะพิจารณาเพิ่มเงินบริจาคลดหย่อนภาษีให้กับคนที่บริจาคเงิน เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยที่มีอยู่มากกว่า 3.6 ล้านราย  ถ้าใครอยากบริจาคก็ง่ายมากๆเลย คือ

  • สำหรับคนกรุงเทพ ก็ไปแจ้งที่สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร
  • ถ้าอยู่ต่างจังหวัด ก็สามารถไปแจ้งความจำนงได้ที่เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล

โดยจะไปด้วยตัวเอง หรือว่าลงลายเซ็นมอบอำนาจให้คนไปดำเนินการแทนก็ได้


วางแผนชีวิต เพื่อเกษียณอายุ 

สำหรับคนที่บริจาคก็จะได้รับสิทธิเงินบริจาคลดหย่อนภาษี 1 เท่า แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว นอกจากนี้ ยังได้นับเหรียญเชิดชูเกียรติเพื่อเป็นการตอบแทนอีกด้วย

แต่ถ้าลองมาคำนวณให้ดีว่า ต่อให้เราได้สิทธิบัตรคนจน เบี้ยยังชีพสูงอายุรวมไปถึงรัฐสวัสดิการอื่นๆ แล้ว ก็น่าจะยังไม่พอสำหรับการดำรงชีพขั้นพื้นฐานอยู่ดี

 

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

 

ดังนั้น สิ่งที่เราสามารทำได้ก็คือ เตรียมตัวรับมือกับวันเกษียณที่เราจะต้องเจอให้ดี ซึ่งการวางแผนการเงินจะช่วยแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้เป็นอย่างดี แล้วยิ่งเราเก็บเงินเร็วเท่าไหร่ ก็จะยิ่งแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น ถ้าลองไล่ลำดับเวลาแบบไม่หลอกตัวเอง จะได้ดังนี้

จริงๆ อายุขัยโดยเฉลี่ยนก็อยู่ประมาณ 85 ปี แปลว่าเรามีเวลาทำงาน 30 ปี เพื่อหาเงินใช้ 60 ปี ถ้าไม่คิดอะไรให้วุ่นวายนั้น แปลว่าเราต้องทำงาน 1 เดือน เพื่อใช้ชีวิต 2 เดือน เราก็ต้องเก็บเงินอย่างน้อย 50% นั่นแหละ


แต่ว่าถ้าเรารู้จักการลงทุน หรือวางแผนการเงินมากขึ้น เราอาจจะไม่ต้องเก็บ เหลือเพียง 20% เท่านั้น ส่วนเงินที่เหลืออื่นๆ เราก็เอาไปใช้ในเป้าหมายชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็น การบริหารความเสี่ยง เรื่องการศึกษาบุตร หรือแม้แต่ความฝันอย่างเที่ยวรอบโลก หรือซื้อรถในฝันสักคัน ถ้าเรายิ่งเริ่มเก็บเงินเร็ว วางแผนเร็ว ก็ยิ่งทำให้เราเก็บเงินสบายมากขึ้น

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon