เข้าสู่เว็บไซต์>
การลงทุนในความรู้ ให้ดอกเบี้ยที่ดีที่สุด — Benjamin Franklin

ความแตกต่างของ ภาษีทางตรง และ ภาษีทางอ้อม

posted: 1 month ago
ความแตกต่างของ ภาษีทางตรง และ ภาษีทางอ้อม

comments

ความพัฒนา ความก้าวหน้า ทันสมัย นับสิ่งหนึ่งที่ทุกประเทศต้องการ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้ประเทศเหล่านั้นพัฒนาได้ตามที่ต้องการ คือ เงินภาษี หรือเงินที่รัฐบาลเก็บจากประชานชนเพื่อที่จะนำไปพัฒนาส่วนต่างๆของประเทศ

ไม่ว่าจะเป็น ภาษีทางตรง หรือ ภาษีทางอ้อม ก็ตาม เอ๊ะ! หลายคนคงสงสัยว่าอะไรคือภาษีทางตรง และอะไรคือภาษีทางอ้อม วันนี้หากใครที่ยังไม่เข้าใจ rabbit finance มีคำตอบมาให้ค่ะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปทำความรู้จักกับภาษีทั้ง 2 แบบ พร้อมกันเลย



ภาษี

ทำความรู้จักกับ ภาษี

ภาษีคืออะไร ??  ภาษี คือ เงินหรือทรัพย์สิน ที่รัฐ หรือสถาบันที่ทำหน้าที่เทียบเท่ารัฐเรียกเก็บจากประชาชน ที่เป็นทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล เพื่อนำเงินนั้นมาใช้ในการบริหารประเทศในด้านต่างๆ ดังนี้

  • เศรษฐกิจ
  • การศึกษา
  • สาธารณสุข
  • การคมนาคม
  • การประชาสงเคราะห์  
  • การป้องกันประเทศและรักษาความสงบสุขความเรียบร้อยในประเทศ
  • สร้างสาธารณูปโภค
  • เงินเดือนของข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้ทำหน้าที่บริการประชาชน
  • ค่าน้ำ ค่าไฟ ของสถานที่ราชการ

เรียกได้ว่า การเรียกเก็บภาษีจากประชาชนเป็นเสมือนเครื่องมือทางการคลังที่สำคัญในการบริหารประเทศเลยทีเดียว ซึ่งภาษีที่รัฐบาลเรียกเก็บกับประชาชนมีด้วยกัน 2 แบบ คือ ภาษีทางตรง และ ภาษีทางอ้อม ที่เราจะทำความรู้จักกันต่อไป


ภาษีทางตรง

ภาษีทางตรง คืออะไร

ภาษีทางตรง  คือ  ภาษีที่ภาระตกกับบุคคลที่กฎหมายประสงค์ให้รับภาระ เช่น  ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล

  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เป็นภาษีทางตรงที่จัดเก็บตามบทบัญญัติ ประมวลกฎหมายรัษฎากร จัดเก็บจากเงินได้ทุกประเภท ตามหลักเกณฑ์เงินสด แต่หากเงินได้ประเภทใดที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี จะต้องบัญญัติไว้โดยกฎหมาย ว่าเงินได้ประเภทนั้นได้รับการยกเว้น และหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่จัดเก็บเงินได้บุคคลธรรมดาก็คือ กรมสรรพากร

  • ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ถือเป็นเครื่องมือของรัฐประเภทหนึ่ง ที่จัดเก็บจากผู้ประกอบการที่มีรายได้จากการประกอบกิจการ หรือเนื่องจากการประกอบกิจการของบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี มีกำหนด 12 เดือนต่อหนึ่งรอบระยะเวลาบัญชี

 


ภาษีทางตรง

ภาษีทางอ้อม คืออะไร

ภาษีทางอ้อม คือ ภาษีอากรที่ เรียกเก็บจากผู้บริโภค หรือภาษีที่เป็นการผลักภาระให้กับผู้ซื้อ หรือผู้บริโภค เป็นผู้ชำระภาษีอากรแทนผู้ขาย แบ่งออกได้ด้วยกัน 3 ประเภท

1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือที่เรียกกันว่า แวต(VAT) เป็นภาษีทางอ้อม ประเภทหนึ่งที่เรียกเก็บจากบุคคลที่ซื้อสินค้าหรือรับบริการในประเทศไทย ซึ่งได้กำหนดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ที่ 7% โดยที่ภาษีมูลค่าเพิ่ม 1 ใน 9 ที่เก็บได้ จะถูกโอนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและที่เหลือจะถูกโอนให้แก่รัฐบาลกลาง

2. ภาษีธุรกิจเฉพาะ

ภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นอีกหนึ่งภาษีทางอ้อมที่เก็บจากฐานบริโภคทั่วไปภายในประเทศ โดยจะจัดเก็บจากการประกอบกิจการเฉพาะอย่าง  กิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ คือ

  • การธนาคาร
  • การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
  • การประกันชีวิต
  • การรับจำนำ
  • การประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์
  • การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นการค้าหรือหากำไร
  • การขายหลักทรัพย์
  • การประกอบกิจการอื่น

3. อากรแสตมป์

อากรแสตมป์ อีกหนึ่งภาษีทางอ้อมที่มีการจัดเก็บจากการทำตาราสารระหว่างกันใน 28 ลักษณะ ตามที่กำหนดไว้ในบัญชี อัตราอากรแสตมป์ ลักษณะของอากรแสตมป์ จะมีการจัดพิมพ์คล้ายกับตราไปรษณียากร แต่จะแตกต่างกันตรงที่ไม่มีตราประทับ จะใช้การขีดฆ่าแสดงการใช้แสตมป์ดังกล่าว ซึ่งผู้ขีดฆ่าก็ต้องเป็นไปตามกำหนดของประมวลรัษฎากร


ภาษีทางตรง
ขอบคุณรูปภาพจาก เอเคประกันลดหย่อนภาษี.com

ลักษณะการจัดเก็บจากการทำตราสาร

1. เช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง อย่างอื่นหรือแพ

2. โอนใบหุ้น ใบหุ้นกู้ พันธบัตร และใบรับรองหนี้ ซึ่งบริษัทสมาคม คณะบุคคล หรือองค์กรใดๆ เป็นผู้ออก

3. เช่าซื้อทรัพย์สิน

4. จ้างทำของ

5. กู้ยืมเงิน หรือตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร

6.  กรมธรรม์ประกันภัย

7. ใบมอบอำนาจ

8. ใบมอบฉันทะสำหรับให้ลงมติประชุมของบริษัท

9. ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือตราสารทำนองเดียวกัน

10. บิลออฟเลดิง  เป็นต้น

รายการเหล่านี้เป็นเพียงรายการเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องการนำอากรแสตมป์ไปใช้งานก็ควรที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมในประมวลรัษฎากรให้ดีก่อน


ภาษี

ประชาชนได้อะไรจากภาษีที่เสียไป

เพราะแน่นอนว่าคงไม่ค่อยมีใครที่จะอยากเสียภาษีกันสักเท่าไหร่ ดังนั้น สิ่งที่ควรรู้อย่างหนึ่งเลยคือ ประชาชนทุกคนที่ได้เสียภาษีไปก็ยังได้รับผลจากภาษีที่เสียไปด้วย ใน 2 ลักษณะดังนี้

1. ภาษีที่นำไปจ่ายเป็นเงินเดือนและค่าจ้างให้แก่ข้าราชการที่ให้บริการประชาชน และค่าใช้จ่ายของหน่วยราชการ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น

2. ภาษีที่นำไปเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาประเทศ เช่น การสร้างถนน พัฒนาโรงเรียน พัฒนาแหล่งน้ำ เป็นต้น

ดังนั้น เพื่อให้ประเทศ และประชาชนในประเทศ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น การช่วยกันเสียภาษีคนละนิด ละหน่อย ก็ถือเป็นการช่วยพัฒนาให้ประเทศได้ เพราะเงิน ถือเป็นต้นทุนสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็ได้มาช่วยประชาชนในเรื่องของ การลดหย่อนภาษี ในหลายๆประเภท เพื่อให้ประชาชนลดค่าใช้จ่ายลง ไม่ว่าจะเป็น มาตรการช้อปช่วยชาติ  ประกันสุขภาพลดหย่อนภาษี การซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษี เป็นต้น

 


avatar
by Nitchakarnp

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon