ช้อปปิ้งต่างประเทศใช้อะไรดี เดบิตการ์ดหรือเครดิตการ์ด

posted: 2 months ago
ช้อปปิ้งต่างประเทศใช้อะไรดี เดบิตการ์ดหรือเครดิตการ์ด

comments

เราเชื่อว่าหลายๆคนมีความคิดที่อยากจะทำบัตรเครดิตสักใบเพื่อที่จะใช้ในการช้อปปิ้ง ตอบสนองความต้องการที่ยากจะยับยั้งชั่งใจตัวเองเวลาเห็นป้าย Sale ลดราคาหรือมีโปรโมชั่นพิเศษต่างๆมากมาย แล้วค่อยมาผ่อนจ่ายเอาทีหลัง

โดยการใช้ บัตรเครดิตช้อปปิ้งในประเทศเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องคิดมากในเรื่องของค่าธรรมเนียมสักเท่าไหร่ แต่สำหรับใครที่ต้องการพกบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต เอาไปใช้รูดซื้อของในต่างประเทศ ทุกคนย่อมต้องคำนึงถึงค่าธรรมเนียมต่างๆในการรูด ซึ่งบัตรแต่ละประเภทก็จะมีค่าธรรมเนียมในการใช้ที่แตกต่างกัน วันนี้เราเลยมีข้อแนะนำดีๆสำหรับใครที่อยากจะนำบัตรเครดิตหรือเดรบิตไปใช้ซื้อของในต่างประเทศมาฝากกันค่ะ แต่ก่อนอื่นเราต้องมาดูกันก่อนว่าบัตรที่เราพกไปเป็นบัตรแบบไหน


 

 

 


บัตรของเราเป็นบัตรแบบไหนกันนะ

 

 

  • บัตรเอทีเอ็ม 

    อย่างแรกที่เราต้องรู้ คือ บัตร ATM ที่เราถืออยู่นั้นเป็นแค่บัตรเอทีเอ็มแบบธรรมดา ที่กดเงินจากตู้ได้อย่างเดียว หรือเป็นบัตรเดบิตที่สามารถใช้งานรูดได้เหมือนบัตรเครดิต(แตกต่างตรงที่บัตรเดบิตจะเป็นการหักเงินจากบัญชีโดยตรงแทน) หรือให้เข้าใจกันง่ายๆคือ

 

เราจะใช้บัตรเดบิตรูดได้ก็ต่อเมื่อเรามีเงินอยู่ในบัญชีเพียงพอต่อราคาสินค้าที่เราจะใช้จ่าย ต่างจากบัตรเครดิตที่เราไม่จำเป็นจะต้องมีเงินอยู่ในบัญชี

  • บัตรเครดิต

 

ให้เราลองสังเกตดูที่หน้าบัตรว่า บัตรของเรามีโลโก้ Visa , MasterCard หรือ PLUS  รึเปล่า ถ้ามีสัญลักษณ์โลโก้พวกนี้บัตรของเราก็จะสามารถใช้ได้กับตู้เอทีเอ็ม และใช้รูดซื้อของแบบบัตรเครดิตได้เหมือนกัน แต่หากไม่แน่ใจ ให้ลองติดต่อสอบถามกับทางธนาคารผู้ออกบัตรเพื่อสอบถามว่าบัตรของเราเป็นประเภทไหน และสามารถนำไปใช้ในต่างประเทศได้หรือไม่ แล้วจะมีค่าใช้จ่ายอะไร อย่างไรบ้าง

การพกบัตรเดบิตไปใช้ที่ต่างประเทศ

 

ปกติแล้วบัตรเดบิตก็มีการทำงานเหมือนเป็นบัตรเอทีเอ็ม แต่ว่าจะมีวิธีการใช้งานที่พิเศษเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง คือ บัตรเดบิตสามารถใช้จ่ายได้เหมือนกับบัตรเครดิตเลย แต่ต้องมีเงินสำรองในบัตรก่อนใช้    และยังมีข้อจำกัดอีกหลายอย่าง เช่น

  • บัตรเดบิตจะสามารถเบิกเงินสดได้สูงสุด 100,000 บาทต่อบัตร/ต่อวัน
  • บัตรเดบิตจะสามารถเบิกเงินจากตู้เอทีเอ็มได้สูงสุดไม่เกินวันละ 10 ครั้ง
  • สามารถใช้บัตรเดบิตกดเงินสดได้ทั้งจากตู้เอทีเอ็มของธนาคาร หรือต่างธนาคารก็ได้

 

 

นั่นหมายความว่า เราสามารถนำบัตรเดบิตไปใช้ในต่างประเทศได้ แต่หากเป็นการกดเงินเมื่อไปเที่ยวในต่างประเทศ ทางธนาคารจะทำการลดจำนวนครั้ง ซึ่งสามารถเบิกถอนเงินสดต่อวันลง  เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยให้กับเจ้าของบัตรในอีกทางหนึ่ง ส่วนจะเหลือกี่ครั้งต่อวัน จะต้องสอบถามธนาคารที่เรามีบัญชีอยู่เพื่อทำการขอรายละเอียดเพิ่มเติม ที่สำคัญอย่าลืมถ่ายสำเนาบัตรเดบิต และช่องทางติดต่อธนาคารเจ้าของบัตรพกติดตัวเอาไว้ด้วยเผื่อกรณีฉุกเฉินที่อาจต้องการขอความช่วยเหลือ

การพกบัตรเครดิตไปใช้ที่ต่างประเทศ

 

 

สำหรับใครที่อยากจะ พกบัตรเครดิตไปใช้ในต่างประเทศ อาจจะมีค่าใช้จ่ายอื่น เพิ่มเติมขึ้นมา เพราะบัตรเครดิตของแต่ละบริษัทก็มีบริการที่ต่างกันไป บางครั้งอาจจะต้องเสียค่าธรรมเนียมที่ไม่เท่ากันระหว่างที่ใช้บัตรในประเทศกับต่างประเทศ ดังนั้นการสอบถามรายละเอียดส่วนนี้ก่อนที่จะไปก็จะเป็นประโยชน์ของเราเอง

นอกจากนี้การที่เราจะเดินทางไปต่างประเทศแล้วนำบัตรเครดิตไปใช้ชำระค่าสินค้า หรือค่าบริการต่าง หากเราไม่ได้แจ้งบริษัทผู้ออกบัตรเครดิตไว้ก่อนที่จะเดินทาง เราอาจโดนระงับบัตรโดยไม่รู้ตัว เพราะบริษัทอาจคิดว่าบัตรถูกขโมย เนื่องจากอยู่ ก็มีรายการซื้อของไปใช้ที่ต่างประเทศ  ดังนั้น อย่าลืมแจ้งกับทางธนาคารก่อนที่จะเดินทางไปเที่ยวในต่างประเทศ ไม่อย่างนั้นเราอาจจะไม่สามารถใช้บัตรเครดิตในการช้อปปิ้งได้

อีกเรื่องที่เหมือนกับบัตรเดบิต คือ เราต้องมั่นใจว่าเราสามารถติดต่อธนาคารได้แม้เราจะอยู่ต่างประเทศ และอย่าลืมถ่ายสำเนาบัตรเครดิตพกติดตัวเอาไว้เพื่อความสะดวกและอุ่นใจหากเกิดกรณีฉุกเฉินและต้องการความช่วยเหลือ

สำหรับใครที่ใช้งานบัตรเครดิตแบบรูดง่าย เซ็นคล่อง การจดหรือจำว่าวันนี้เราใช้บัตรรูดซื้อของอะไรไปบ้างก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำอีกอย่าง เพื่อที่ว่าเราจะได้เห็นว่าเราใช้บัตรรูดเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่แล้ว และวงเงินในการใช้บัตรของเรามีเท่าไหร่ เราจะได้ใช้เงินไม่เกินวงเงินที่เรามี

การกดเงินสดจากตู้ ATM ในต่างประเทศ

 

 

สำหรับใครที่ไปเที่ยวแล้วเงินไม่พอแต่ดันไปซื้อของจากร้านค้าที่ไม่รับบัตรเครดิตหรือเดบิตขึ้นมา เราก็สามารถที่จะใช้บัตรเดบิตเบิกเงินสดทึ่ตู้ ATM ในต่างประเทศ ได้ แต่เราต้องตรวจสอบสัญลักษณ์ที่มีเหมือนกันบนหลังบัตร ATM กับตู้ ATM ก่อน เช่น ธนาคารบางแห่งในประเทศไทยออกบัตรเดบิตที่เราสามารถไปกดเงินจากตู้ ATM ใด ในโลกก็ได้ที่มีเครื่องหมาย Cirrus, VISA, MasterCards หรือ PLUS เป็นต้น

โดยที่ ค่าธรรมเนียมในการถอนเงินจากบัตรเดบิตมักจะอยู่ที่  100-150 บาท  ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดจากการถอนเงินจะเรียกเก็บเป็นสกุลเงินบาท  ซึ่งจะอ้างอิงจากอัตราแลกเปลี่ยนกลางของบริษัท Visa, MasterCard หรือบริษัทอื่น ซึ่งการแปลงสกุลเงินไม่เกินร้อยละ 2.5 

การใช้บัตรเดบิตกดเงินน่าจะเหมาะกับใครก็ตามที่ไม่อยากเผลอใช้เงินจนเกินงบ และน่าจะเหมาะกับคนที่ไม่อยากเสี่ยงกับการเจอดอกเบี้ยบัตรเครดิตแพง เมื่อไม่สามารถชำระเงินได้หมดในงวดนั้น 

แต่ไม่ว่าเราจะพกบัตรอะไรไปเราก็ต้องมีสติในการรูดการใช้บัตรซื้อของด้วย เพราะทุกครั้งที่มีการรูดบัตรก็จะมีค่าธรรมเนียมที่มากกว่าการจ่ายด้วยเงินสด ดังนั้นเราควรที่จะพกเงินสดไปและใช้บัตรในยามที่จำเป็นหรือถ้าเราคิดแล้วว่า การรูดบัตรจะได้สิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่ากว่าการใช้เงินสดเท่านั้น


สำหรับใครที่อยากจะครอบครองบัตรเครดิต แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากที่ไหน เราอยากให้คุณลองเข้ามาเปรียบเทียบบัตรเครดิตจากธนาคารต่างๆ ได้ที่ rabbit finance ง่ายๆแค่ คลิ๊ก

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : moneyhub 


avatar
by doubleP

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon