เข้าสู่เว็บไซต์>
พยายามเก็บเงินในขณะที่เงินเดือนคุณยังน้อย เพราะเมื่อไหร่ที่คุณได้เงินมากขึ้นคุณจะเก็บมันไม่อยู่หรอก - Jack Benny

กิน “ยาชุดแก้ปวดเมื่อย” เสี่ยงสุขภาพพังไม่รู้ตัว

posted: 1 week ago
กิน “ยาชุดแก้ปวดเมื่อย” เสี่ยงสุขภาพพังไม่รู้ตัว

comments

“ยาชุดแก้ปวดเมื่อย” เป็นการรวมตัวกันของยาหลากหลายหลายชนิด สีสันคัลเลอร์ฟูล หลายรูปทรงและขนาด บรรจุอยู่ในซองยาใสๆ มีขายตามร้านขายของชำหรือแม้แต่ร้านขายยาบางร้าน

โดยมักจะมีการโฆษณาสรรพคุณเว่อวังอลังการว่าสามารถรักษาได้ทั้ง แก้ปวดเมื่อย การอักเสบตามจุดต่างๆ และยังรักษา อาการเป็นหวัด มีไข้ น้ำมูกไหล ไอ หอบหืดและอีกร้อยแปดพันกว่าสรรพคุณอื่นๆ

ยังมีหลายๆคนที่เลือกซื้อยาชุดแก้ปวดเมื่อยนี้มากิน เพราะ มันมีราคาถูกและเชื่อว่ามันสามารถรักษาอาการป่วยได้มากกว่ายาชนิดอื่นๆ แต่รู้หรือไม่ว่า ยาชุดมรณะ นี้ถ้ารับประทานเข้าไปแบบไม่ระวัง สุขภาพของคุณอาจจะเสี่ยงพังได้แบบไม่รู้ตัว


อันตรายในรูปแบบของยารักษา

 

อันตรายในรูปแบบของ “ยารักษา”
http://www.thaihealth.or.th

ยาชุดแก้ปวดเมื่อยนั้น มักจะเป็นการนำยาแก้ปวดหลายๆชนิดที่ใช้รักษาในอาการต่างๆมารวมตัวกัน โดยยาแก้ปวดส่วนใหญ่ในยาชุดนั้นมักจะประกอบด้วย NSAIDs หรือ ยาต้านอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (nonsteroidal anti-inflammatory drugs) โดยยาที่เรารู้จักกันดีที่สุดน่าจะเป็น แอสไพริน นั้นเอง

ยากลุ่มนี้จะใช้รักษาอาการปวดที่เกิดจากการอักเสบ เช่น

  • โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
  • โรคข้อเสื่อม
  • โรคเก๊าท์
  • อาการปวดประจำเดือน
  • อาการปวดหลัง

NSAIDs หรือ เอ็นเสด

เป็นกลุ่มยาที่ถูกนำมาใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กล้ามเนื้อและเอ็นอักเสบ ข้ออักเสบ ปวดประจำเดือน ปวดศีรษะ และ ไมเกรน ปวดฟัน ปวดหลังทำการผ่าตัด และอาการปวดอื่นๆ โดยจะออกฤทธิ์ไปยับยั่งกระบวนการสร้างสารสื่อกลางการอักเสบ

โดยเอ็นเสดนั้นจะไปยับยั้งเอนไซม์ “ไซโคลออกซีจีเนส (cyclooxygenase)” ที่มีส่วนในการสร้างสาร “พรอสตาแกลนดิน (prostaglandin)” ที่ทำหน้าที่ควบคุมสมดุลตามธรรมชาติของร่างกาย เช่น ควบคุมปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงไต สร้างเมือกและด่างเพื่อปกป้องกระเพาะอาหาร


กินยาชุดเข้าไปมากๆจะเกิดอะไรขึ้น

 

กินยาชุดเข้าไปมากๆจะเกิดอะไรขึ้น

 

เมื่อเรากินยาที่มีเอ็นเสดเข้าไป สมดุลทางธรรมชาติของร่างกายเราก็จะถูกรบกวน และอาจจะส่งผลให้

  • ปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงไตลดลง

ทำให้ไตกรองของเสียได้น้อยลง ส่งผลให้เกิด ภาวะไตวายเฉียบพลัน หรือการทำงานของไตเสื่อมลงได้

  • เมือกในกระเพราะอาหารลดลง

ส่งผลให้เรามีโอกาสเป็นแผลที่กระเพาะอาหารได้ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อนทางเดินอาหาร เช่น เลือดออกทางเดินอาหาร

ทำให้ความดันสามารถขึ้นๆลงๆผิดปกติ และไปส่งผลต่อการกักเก็บน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย ทำให้ร่างกายคั่งน้ำและเกลือแร่ได้

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยที่เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ หรือโรคอัมพาต ควรหลีกเลี่ยงยากลุ่มนี้

  • ทำให้ความดันสูงผิดปกติได้

ดังนั้น คนที่มีประวัติเป็นโรคหอบหืด ความดันโลหิตสูง หัวใจล้มเหลว หรือ ไตวาย อาจมีอาการแย่ลงและรุนแรงขึ้น

  • อาการค้างเคียงอื่นๆ

เช่น ผื่นคัน ไวต่อแสง ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว มึงงง ง่วงนอน นอนไม่หลับ ภาวะซึมเศร้า มีเสียงในหู เป็นต้น


 ยาแก้ปวด กินอย่างไรให้ปลอดภัย

 

 ยาแก้ปวด-กินอย่างไรให้ปลอดภัย

 

ในปัจจุบันยังไม่มี NSAIDs ตัวไหนที่ปลอดภัย 100% ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่างๆ จึงมีข้อแนะนำการใช้ดังนี้

ข้อแนะนำการใช้ยา  NSAIDs

  • กินยาหลังอาหารทันที

ไม่ควรกินยาชนิดนี้ขณะที่ท้องว่างและถ้าหากกินแล้วยังมีอาการข้างเคียง เช่น ปวดหัว มวนท้อง ให้ลองกินพร้อมกับอาหารมื้อใหญ่แทน

  • ใช้ยาเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

คือ พยายามใช้ยาในระยะเวลาสั้นที่สุด ขนาดเล็กที่สุด หรือใช้ตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น

  • ผู้ป่วยโรคข้อบางโรคที่ต้องใช้ NSAIDs

หากหลังทานยาแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น หน้าและตัวบวม ปัสสวะลดลง หรือปัสสวะไม่ออก ให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที

หากมี โรคประจำตัว และต้องกิน NASIDs ให้แจ้งแพทย์และเภสัชกรก่อนทุกครั้ง

ยารักษาโรคต่างๆ ถึงแม้จะมีประโยชน์มากมายมหาศาล แต่ถ้าใช้ไม่ถูกวิธีก็อาจจะเป็นพิษร้ายแรงต่อตัวเราเองได้ การใช้ยาทุกครั้งควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้ง และควรศึกษาวิธีการใช้ยาและสรรพคุณของยาให้ละเอียด และเลือกซื้อยาจากสถานที่ที่ได้รับการรับรองเท่านั้นเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเองนะคะ


avatar
by Pigzzazz

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon