6 ทางออกสำหรับบุคคลที่จ่ายเบี้ยประกันไม่ไหว

posted: 4 months ago
1,020 views
6 ทางออกสำหรับบุคคลที่จ่ายเบี้ยประกันไม่ไหว

comments

ถ้ามองกันด้วยความเป็นจริง ไม่ว่าใครก็อยากให้ชีวิตในอนาคตของตัวเองโลดแล่นไปอย่างสวยงาม ไร้อุปสรรคอะไรมาขวางกั้น แต่แน่นอนว่าพระเจ้าหรือเทวดาบนท้องฟ้า ไม่ยอมให้มนุษย์ได้อะไรมาง่ายๆ อุปสรรคบางอย่างในชีวิตก็ทำให้เซ็งได้เหมือนกัน .. อุปสรรคเรื่องเงิน

ยิ่งถ้ามีความเจ็บป่วยมาผสมโรงด้วยแล้ว ทั้งเงินก็หด โรคก็เข้ามาแทรก ถ้าวัยรุ่นหรือยังไม่เข้าข่ายผู้สูงอายุก็คงไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าไม่ทำประกันชีวิตให้พ่อแม่ ไม่ต้องคิดต่อไปเลยว่าชีวิตจะน่าเบื่อสักแค่ไหน การถือประกันเลยเป็นอีกหนทางที่ช่วยให้แบ่งเบาได้บ้าง


ถือประกันเนี่ยนะแบ่งเบาภาระเรื่องเงิน?

หลายคนคงตั้งคำถามว่าประกันเนี่ยอะเหรอจะมาแบ่งเบาภาระเงินได้ ไหนจะต้องกินต้องใช้ หรือยังต้องจ่ายเงินภาษีประจำปีอีก ยิ่งถ้าถือประกันแล้วก็ต้องส่งค่าเบี้ยประกัน ไม่ไหวอ่ะๆ แต่รู้ไหมว่าการถือประกันเนี่ยนะ นอกจากเกิดอะไรขึ้นมาก็กระจายความเสี่ยงให้ บางทีพ่อเจ็บป่วย ทำประกันชีวิตให้พ่อแม่ทิ้งไว้นี่แหละ ก็ไม่ต้องห่วงอะไรมากนัก

อีกทั้งเงินในกระเป๋าก็ไม่ปลิวไปเยอะถ้าถือประกัน เพียงแค่ส่งค่าเบี้ยประกันตามที่ตกลงกันในเงื่อนไขไว้ แค่นี้ก็สบายใจได้แล้ว แล้วที่สำคัญฐานภาษีที่คนมีรายได้จะต้องจ่ายรายปี ไม่ว่าจะทำอาชีพไหนๆ ก็เถอะ จะเป็นพนักงานออฟฟิศ คนที่ัยังไม่เกษียณ หรือร้านค้าออนไลน์ ก็ใช้ประกันช่วยลดหย่อนภาษีได้ พอเห็นภาพแล้วเนอะว่าประกันเนี่ยมันลดแบ่งเบาภาระเรื่องเงินจริงๆ

แล้วถ้าส่งเบี้ยประกันไม่ไหวต้องทำยังไงล่ะ?

ตอนจะตกลงปลงใจกับนายหน้าขายประกันว่าจะซื้อประกัน ก็คงจะลืมคิดไปว่า โอ๊ะโอ่.. ประกันที่ซื้อมาให้ความคุ้มครองตามความต้องการไม่ได้ เพราะไม่ได้วางแผนมาล่วงหน้า มาดูกันเอาหน้างานแล้วตัดสินใจซื้อเลย (เหตุผลอาจฟังไม่ถนัดและคิดว่ามันมีประโยชน์หลายทางเลยรวบซื้อซะเลย) เพราะแบบนี้ความคิดที่ว่าไม่อยากทำต่อแล้ว อยากยกเลิกกรมธรรม์แล้ว จ่ายไม่ไหวแล้วอ่ะ จึงตามมาแต่บริษัทประกันก็ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำอะไรมากนัก เพราะแทบทุกบริษัทมีเงื่อนไขอื่นๆ มาเสนอเพื่อให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ซึ่งข้อเสนอที่ว่ามีอยู่ด้วยกันถึง 3 สิทธิ์ จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูพร้อมกันเลยดีกว่า

ขอบคุณภาพจาก shutterstock

มูลค่าเงินสด

ขอรับรองว่าข้านั้นหาความดีมิได้ เอ๊ย ขอรับรองเลยว่าแทบทุกกรมธรรม์จะมีเงื่อนไขนี้กำกับไว้ควบคู่อยู่ในกรมธรรม์ โดยการเวนคืนมูลค่าเงินสด หมายถึง ผู้ถือประกันสามารถหยุดจ่ายเบี้ยประกันได้ แถมยังได้เงินก้อนติดมาติดมือกลับมาด้วย เงินสดที่ได้มาจากการทำประกันชีวิตให้พ่อแม่นั้น จะมีมูลค่ามากกว่าหรือน้อยกว่าเบี้ยประกันที่จ่ายไป ซึ่งก็อยู่ที่ผู้ถือประกันว่าจ่ายค่าเบี้ยประกันมานานเท่าไหร่ แล้วทีนี้สัญญาระหว่างเราสองก็จะถือว่าเป็นโมฆะทันที ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาก็ไม่มีอะไรคุ้มครองแล้ว แถมใช้สิทธิ์ในการเสียเงินตามฐานภาษีที่ถูกระบุไว้ไม่ได้อีกด้วย

เงินสำเร็จ

ว่ากันว่าวิธีนี้เป็นการยกเลิกกรมธรรม์ที่ผู้ถือประกันยังไม่เสียโอกาสจากการกระจายความเสี่ยง สัญญาในกรมธรรม์ยังไม่ถูกปิดตายโดยสมบูรณ์แบบ ซึ่งผู้ถือประกันสามารถหยุดจ่ายเบี้ยประกันได้ แต่ความคุ้มครองยังอยู่จนกว่าจะหมดสัญญาที่ได้ระบุไว้ แต่เงินประกันจะถูกลดลงตามระยะเวลาที่ผู้ถือประกันจ่ายไว้ก่อนถอนสัญญา สมมติว่าเกิดอะไรขึ้นมา ผู้ถือประกันสามารถเรียกร้องความคุ้มครองได้ แต่เงินจะได้เท่าที่จ่ายเบี้ยประกันมาก่อนหน้านี้

ขยายเวลา

เป็นการหยุดจ่ายเบี้ยประกันเหมือนวิธีข้างต้น เมื่อเกิดความรู้สึกว่า ทำประกันชีวิตให้พ่อแม่ และจ่ายไม่ไหวแล้ว แต่ว่าความคุ้มครองก็ยังคงได้รับ แต่การขยายเวลาความคุ้มครองจะถูกลดลง แต่เงินประกันที่ได้รับจะมีจำนวนเท่าเดิม ซึ่งอาจจะไม่ได้เงินทุนประกันคืนหากครบกำหนดสัญญา แต่ได้รับความคุ้มครองของเงินประกันไปแบบเต็มๆ แต่ถ้ามองเปรียบเทียบดีๆ ทั้งวิธีเงินสำเร็จกับขยายเวลามีข้อดีและเสียแตกต่างกันคือวิธีเงินสำเร็จความคุ้มครองลดน้อยลง และเงินประกันจ่ายให้เท่าที่ส่งไปก่อนหน้า แต่วิธีขยายเวลาเงินประกันเท่าเดิม แต่ระยะเวลาถูกลดทอนลง ขึ้นอยู่กับผู้ถือประกันว่าจะเลือกใช้วิธีใด


จ่ายไม่ไหวแล้วแต่อยากถือประกันต่อล่ะ?

ใช่ว่าการจ่ายเงินเบี้ยประกันไม่ไหวแล้ว แต่อยากถือประกันต่อจะมีทางออกไหม เพราะเล็งเห็นว่า การทำประกันชีวิตให้พ่อแม่ หรือทำให้ตัวเอง มันยังเป็นอีกวิธีที่สามารถแบ่งเบาภาระเรื่องเงินได้ดี หรือใช้เป็นตัวช่วยในการจ่ายเงินตามฐานภาษี คำตอบคือมี แต่จะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน!!!

ขอบคุณภาพจาก Shutterstock

ขอลดทุนประกันชีวิต

ในกรณีที่ส่งเบี้ยประกันไม่ไหวแล้ว แต่กัดฟันสู้เพราะเห็นข้อดีในการถือกรมธรรม์ การขอลดทุนประกันชีวิต หรือขอจ่ายเบี้ยประกันในวงเงินน้อยย่อมทำได้ และทุนประกันชีวิตที่ได้รับก็น้อยลง ซึ่งผู้ถือประกันอาจจะถูกตัดทอนเงื่อนไขบางข้อออกไป หรือลดสิทธิ์การเสียเงินตามฐานภาษี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงในแต่ละบริษัทประกัน

ขอเปลี่ยนงวดการชำระเบี้ย

ทุกบริษัทประกันล้วนมีข้อกำหนดว่าการชำระเบี้ยประกันจะต้องเป็นรายปี ซึ่งเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้ถือกรมธรรม์หลายคนไม่สามารถส่งเบี้ยประกันไว การเปลี่ยนงวดชำระเบี้ยประกัน หมายถึง เปลี่ยนมาเป็นรายเดือน อย่างเช่น ทุก 1 เดือน 3 เดือน หรือ 6 เดือน ข้อดีคือผู้ถือประกันไม่ต้องจ่ายเงินก้อนโต แต่ก็ต้องยอมจ่ายทุกเดือนแบบยิบย่อย

ขอกู้กรมธรรม์

เรียกได้ว่าเป็นการกู้เงินในกรมธรรม์ของตัวเอง หมายถึงว่า การขอสินเชื่ออื่นๆ อย่าง สินเชื่อบ้าน สินเชื่อทำธุรกิจ หรือกู้เงินนอกระบบ ทั้งหลายแหล่ล้วนต้องใช้เอกสารหลายอย่างประกอบกัน แต่ว่ากู้เงินของกรมธรรม์ตัวเองไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานการเงินใดๆ เพราะกรมธรรม์มีผลบังคับไปในตัว ก็สามารถกู้เงินมาได้ จะกู้เงินได้มาก หรือกู้ได้น้อยขึ้นอยู่กับเบี้ยประกันที่ส่งมาแล้วก่อนหน้านี้นั่นเอง


อย่างไรก็ดี การคิดจะทำประกันต่างๆ เพื่อใช้กระจายความเสี่ยงให้ตัวเอง เอาไว้เป็นตัวช่วยเสียภาษี หรือทำประกันชีวิตให้พ่อแม่เพื่อแบ่งเบาภาระเงิน ย่อมไปทางออกที่ดีที่สุด แต่การจะซื้อประกันสักชิ้นควรวางแผนไว้ให้ดี ไม่ใช่ว่าหุนหันพลันแล่นไปโดยไม่ระมัดระวัง และการยกเลิกประกันย่อมทำได้ แต่ผู้ถือกรมธรรม์อาจจะต้องยอมให้ตัวเองเสียเปรียบในเรื่องของผลประโยชน์ในกรมธรรม์ ดังนั้น จะซื้อประกันสักอย่างก็ควรเตรียมตัวให้ดี จะได้ไม่วุ่นวายทีหลัง


avatar
by 9 Tails

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon